บิ๊กJกเข้าชี้แจงกับกมท.การกฎหมายสว.ซัด ตำรวจซื้อขายตำแหน่งเป็นเรื่องเลวระยาม ลั่นถ้าเราไม่ส่งเสริมลูกน้องก็ไม่กล้าทำ ชี้จากคนไร้อำนาจพอขึ้นมาก็เอาหมดทุก อย่างจี้ผ.บริษัทตร.หากบอกไม่เกี่ยวต้อง แสดงความบริสุทธิ์ใจเอาผิดคนเกี่ยวข้อง ทั้งหมดบีบนายกรีบตัดสินใจหากปล่อยไป เสี่ยงละเว้นปฏิบัติหน้าที่พลตำรวจเอก สุรเชษฐหักผ่านอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติได้ให้สัมภาษณ์ก่อนการเข้าให้ข้อ มูลต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการ ยุติธรรม วุฒิสภา กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีส่วนเกี่ยว ข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สแกมเมอร์และเว็บพนันว่าวันนี้เป็นข้อมูล
คล้ายเดิมกับข้อมูลที่เคยให้กับคณะ กรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐแต่อาจจะมี เพิ่มเรื่องเส้นเงินนิดหน่อยคือเรื่องการ ซื้อขายตำแหน่งที่เป็นข่าวอยู่เนื่องจาก นายอัจฉริยะรงรัตนพงษ์ ซึ่งได้ข้อมูลส่วนนี้มาพอสมควรแล้วเพียง รอเวลาให้ข้อมูลต่อกมทความมั่นคงสภาและ ได้มีการเปิดเผยจากหลายภาคส่วนออกมาแล้ว นายอัจฉริยะจึงไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษองค์กรตำรวจวันนี้ มันพังพินาศเพราะคนที่ขึ้นมาเป็นผู้บัญชา การตำรวจถ้าคนที่ขึ้นมาอย่างเหมาะสมองค์ กรตำรวจเราต่อสู้กับเรื่องอย่างนี้มา อย่างยาวนานในเรื่องซื้อขายตำแหน่งเป็น
เรื่องที่เลวระยามมากแต่วันนี้องค์กรเรา จะยุบผัตรตร.ต่อสักทั้งส่วนเว็บพนันส่วน ต่างๆยาเสพติดยังจะมายุบผบริษัทตรกิจรัต อีกและยังมาเจอเรื่องซื้อขายตำแหน่งอีก คุณไม่มีทางปฏิเสธได้เลยว่าคุณไม่รู้ เรื่องเพราะมันเป็นไลของตัวเองพลตำรวจเอก สุรเชษฐกล่าว พลตามรวจเอกสุรเชษฐกล่าวต่อว่าเรื่องการ ซื้อขายตำแหน่งต่างๆแสดงว่ามีคนที่ไม่พอ ใจเมื่อเอาตังค์เขาไปแล้วก็ไม่ดำเนินการ ให้เขาต้องกลับเรียนว่าถ้าวันนี้พลตำรวจ เอกกิตติรัตน์พันเพชรจะแสดงความบริสุทธิ์ ใจต้องดำเนินคดีกับผู้ที่มาขอให้แต่งตั้ง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติมาตรา 87
ระบุผู้ขอให้แต่งตั้งหรือไม่แต่งตั้งเป็น ความผิดทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นพลตำรวจเอก กิตติรัตน์จะต้องดำเนินคดีกับทุกคนที่มา ขอหรือส่งไineมาและรวมถึงภรรยาของตัวเอง ด้วย หากตัวเองไม่เกี่ยวข้องจริงๆพร้อมย้ำว่า วันนี้ท่านปฏิเสธไม่ได้เพราะมันร้อนทุก หัวเหงไม่มีใครเขาทรายแบบนี้ถ้าเราไม่ส่ง เสริมลูกน้องก็ไม่กล้าทำเห็นหรือไม่ว่า วันนี้ตำรวจกล้าโอนเงินจากบัญชีเว็บไซต์ พนันเข้าบัญชีของตัวเองไม่รวมภาพกระเป๋า เงินสดนาฬิการถที่สามารถไปตรวจตรวจสอบได้ หมด
