โหเนี่ยเียนขึ้นบันไดได้ >> คุณอาจรู้จักสถานที่สำคัญที่งดงามทั่ว แผ่นดินไทยคุณอาจเคยได้ยินเรื่องเล่าของ กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แต่คุณรู้จักหว่าผู้ ทรงบ่มเพาะรากลึกให้กับอัตลักษณ์ไทยในยุค ใหม่คือใครในเงาแห่งพระบารมีของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มีพระ ราชธิดาพระองค์หนึ่งที่มีเพียงเป็นเจ้า ฟ้าหากแต่ทรงเป็นพลังเงียบผู้บุกเบิกเส้น ทางใหม่ให้ประเทศไทยอย่างมั่นคงและยาวนาน นามของพระองค์คือสมเด็จพระกนิษฐาธิราช เจ้ากรมสมด็จพระเทพรัตราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายให้กับแผ่นดิน อย่างไม่เคยหยุดพักในยามที่ข่าวสารโหม
กระพือถึงการพัฒนาเศรษฐกิจในยามที่แสงไฟ จับจ้องไปยังเวทีโลกพระองค์กลับเลือกที่ จะเดินลุยฝนปีนเขาข้ามลำธารไปยังหมู่บ้าน ห่างไกลที่ไม่มีแม้กระทั่งถนนพระองค์มิ ได้เสด็จไปเยี่ยมชมหากแต่เสด็จไปเข้าใจ หากเปรียบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นแสงสว่างนำทางสมเด็จพระ เทพก็คือผู้ขยายแสงนั้นให้เข้าถึงทุกมุม ของแผ่นดินทรงสานต่อพระราชปณิธานของ สมเด็จพระบรมชนกนาถในทุกมิติโดยเฉพาะด้าน การศึกษาอาหารโภชนาการการพัฒนาเด็กและ เยาวชนด้วยพระวิริยะที่ไม่หวังคำสดุดีใดๆ ในยุคปัจจุบันภายใต้รัชกาลของพระบาท สมเด็จพระวชิรักษ์เกล้าเจ้าอยู่หัวพระ
ราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพยังคงดำเนิน ต่อเนื่องแม้จะมีได้เป็นข่าวใหญ่ในหน้า หนังสือพิมพ์แต่ผลของเมล็ดพันธุ์ที่ทรง หว่านกำลังเบ่งบานในหมู่บ้านเล็กบ้านเล็ก โรงเรียนไกลปืนเที่ยงและในหัวใจของเยาวชน ไทยนับล้านแต่คำถามหนึ่งยังคงค้างขาเหตุ ใดวีรสัตลีผู้นี้จึงมิได้รับการยกย่อง อย่างแท่หลายในสื่อกระแสหลักเหตุใดชื่อ ของพระองค์จึงไม่ถูกก็รวมอยู่ในบทสนทนา เมื่อเอ่ยถึงสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลง แห่งยุคสมัยอาจเป็นเพราะพระองค์ไม่เคย เรียกร้องไม่เคยแสดงไม่เคยถือเป็นภาระหาก แต่ทรงมองว่าเป็นหน้าที่อันควรกระทำ เรื่องราวของพระองค์จึงต้องถูกเล่าอย่าง
ตั้งใจมิใช่เพราะพระองค์ทรงต้องการการยก ย่องแต่เพราะคนไทยจำเป็นต้องรู้ว่าอะไร คือพลังที่แท้จริงเบื้องหลังการเติบโตของ สังคมและเมื่อเรารู้จักพลังนั้นเราจะ สามารถสานต่อได้อย่างมีสติเรากำลังจะพา คุณย้อนกลับไปพบกับคุณูปการที่ไม่ปรากฏบน เวทีโลกแต่สั่นสะเทือนถึงรากแก่นของ ประเทศจากการปฏิรูปการศึกษาชนบทถึงการ พัฒนาอาหารพื้นบ้านจากการฟื้นฟู ศิลปะวัฒนธรรม ถึงการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์สมัยใหม่กับ ชีวิตชุมชนและทั้งหมดนี้ล้วนมีพระนาม เดียวกันซ่อนอยู่เบื้องหลังสมเด็จพระ เทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีอิฐ ในตอนต่อไปเราจะพาคุณไปเจาะลึกว่าชีวิต
เหนือมงกุฎของพระองค์เป็นชีวิตที่อุทิศ ต้นอย่างไรและเหตุใดพระองค์จึงเป็นบุคคล ต้นแบบที่เงียบงันที่ แต่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ร่วมสมัยในสายตาของชาวโลกสมเด็จพระ เทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี คือเจ้าฟ้าหญิงผู้ทรงพระปรีชาด้านภาษา วัฒนธรรมและการศึกษาแต่ในสายตาของประชาชน ไทยผู้เฝ้ามองเงียบๆพระองค์คือผู้หญิง ธรรมดาที่ใช้ชีวิตไม่ธรรมดาเลยเมื่อครั้ง ยังทรงพระเยาพระองค์ทรงมีโอกาสอยู่เคียง ข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในทุกย่างก้าวของการเสด็จพระราชดำเนิน ลงพื้นที่จากภูเขาสูงถึงท้องทุ่งห่างไกล จากโรงเรียนชั้นใต้ถุนไม้ถึงคลินิกชาว
บ้านในป่าลึกไม่มีใครรู้ว่านั่นคือการ เรียนรู้ภาคสนามที่หล่อหลอมจิตวิญญาณแห่ง ความรับผิดชอบต่อชาติตั้งแต่ยังทรงเยาไว แต่แทนที่จะใช้พระเกียรติเพื่อเสวยความ สะดวกสบายในเมืองหลวงพระองค์กลับเลือก เส้นทางตรงกันข้ามทรงเรียนหนักพัฒนาตนและ ลงมือด้วยพระองค์เองเพราะทรงเชื่อว่าการ เป็นเจ้าฟ้าไม่ได้ทำให้เรารู้มากกว่า ประชาชนแต่การเรียนรู้จากประชาชนต่างหาก ก่อที่ทำให้เรารู้จริงตลอดพระชนชีพของพระ องค์ไม่มีวันไหนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ การให้พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรง เรียนชายขอบพูดคุยกับครูให้กำลังใจเด็ก บันทึกข้อมูลทุกพื้นที่ไว้ด้วยสหัสและ
กลับมาทำงานเงียบๆโดยไม่แถลงข่าวพระ ราชกรณียกิจของพระองค์ไม่ใช่เพียงแค่ เยี่ยมเยียนแต่คือการแทรกแซงเชิงนโยบาย แบบอ่อนโยนโครงการอาหารกลางวันโครงการ วิทยาศาสตร์ในชนบทโครงการพระราชทาน หนังสือโครงการบ่มเพาะครูท้องถิ่นทั้งหมด นี้ล้วนถือกำเนิดจากพระปรีชาญาณในรัชกาล ปัจจุบันภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ของพระบาท สมเด็จพระวชิรักเล้าเจ้าอยู่หัวพระ ราชพานกิจของสมเด็จพระเทพยังคงดำเนินไป ไม่หวือหวาไม่เป็นพาดหัวข่าวแต่ทรงเปี่ยม ด้วยพลังเสถียรเช่นกระแสน้ำใต้ดินที่หล่อ เลี้ยงผืนดินโดยไม่ปรากฏบนพื้นผิวเรื่อง ราวหนึ่งที่ผู้เขียนไม่มีวันลืมคือการที่
พระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมโรงเรียนประถมแห่ง หนึ่งในจังหวัดชายแดนวันนั้นมีเด็กชายคน หนึ่งยกมือถามว่าเจ้าฟ้าครับทำไมถึงมาที่ นี่พระองค์ทรงยิ้มและตอบว่าเพราะครูที่ นี่เหนื่อยและเด็กที่นี่มีค่าพอจะให้ใคร สักคนมาใส่ใจคำตอบนั้นคือหัวใจของชีวิต เหนือมงกุฎไม่ใช่การดำรงพระอิสริยยศแต่ คือการดำรงพระเมตตาธรรมอย่างไม่เปลี่ยน แปลงในตอนต่อไปเราจะสำรวจการปฏิวัติเงียบ ที่พระองค์ทรงริเริ่มและวิธีที่พระองค์ กำหนดทิศทางใหม่ให้กับการศึกษาไทยในแบบ ที่ไม่ต้องออกกฎหมายแต่สร้างการเปลี่ยน แปลงได้จริงหากการปฏิวัติของผู้นำโลกหลาย คนเริ่มต้นด้วยคำนำสั่งการปฏิวัติของ
สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดากลับเริ่มต้น ด้วยการรับฟังทุกโรงเรียนที่พระองค์เสด็จ ไปทุกครูที่พระองค์ตรัสสนทนาด้วยทุกที่ พระองค์ทรงก้มลงฟังอย่างตั้งใจล้วนเป็น ข้อมูลมีชีวิตที่พระองค์นำกลับไปกลั่น กรองแล้วออกแบบเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ จริงไม่ใช่โครงการจากห้องประชุมแต่คือ โครงการจากห้องเรียนหลังคารั่วในบ้านห่าง ไกลโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่น ธุรกันดารตามพระราชดำริเป็นจุดเริ่มต้น ของการปฏิวัติเงียบที่ทรงสร้างมาเกือบ 40 ปีโรงเรียนหลายพันแห่งทั่วประเทศได้รับ การสนับสนุนทั้งงบประมาณอุปกรณ์อาหารกลาง วันหนังสือและที่สำคัญที่สุดความหวัง
หนึ่งในครูอาสาจากจังหวัดน่านเคยกล่าว กล่าวไว้ว่าถ้าพระองค์ไม่เสด็จมาเราคงไม่ มีโรงเรียนอยู่จนถึงทุกวันนี้เด็กคงออก จากโรงเรียนไปเลี้ยงควายเหมือนพ่อแม่ของ เขาคำกล่าวนั้นไม่ใช่คำชมแต่มันคือเสียง สะท้อนของการเปลี่ยนชีวิตจริงพระองค์มี ได้เพียงแค่มอบสิ่งของแต่ทรงมอบคิดทรง พัฒนาหลักสูตรบูรณาการที่ใช้วิถีชุมชน เป็นรากฐานเพื่อให้เด็กไม่ต้องละทิ้งราก เหง้าเพื่อเข้าห้องเรียนแต่สามารถเรียน รู้จากท้องนาจากปากจากครูผู้เป็นเพื่อน บ้านด้านหนึ่งทรงผลักดันวิทยาศาสตร์ในโรง เรียนชนบทอีกด้านทรงอนุรักษ์ศิลปะควบคู่ กันไปเพราะพระองค์ทรงเชื่อว่าความรู้ต้อง
ไม่ทิ้งตัวตนและการศึกษาที่ดีไม่ใช่การ สร้างเด็กให้เหมือนกันแต่คือการเปิดทาง ให้เด็กทุกคนเป็นตัวเองในฉบับที่ดีที่สุด พระองค์ยังทรงส่งเสริมการศึกษาเพื่อคน พิการอย่างจริงจังทั้งด้านโสดศึกษาการ สื่อสารทางเลือกและการจัดระบบครูผู้ช่วย ในพื้นที่ในยุคที่คำว่าครอบคลุมยังไม่ใช่ แนวคิดกระแสหลักพระองค์คือผู้นำการ เปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องปราศรัยบนเวทีใดๆ หากเปรียบระบบการศึกษาคือผืนผ้าพระองค์ คือผู้ปักลายอย่างเงียบๆบนผืนผ้านั้นลาย ที่ดูเผินๆอาจไม่สะดุดตาแต่เมื่อมองใน ระยะยาวลายที่พระองค์ทรงตักคือรารากฐาน ของอนาคตไทย และในวันที่โลกหมุนเร็วเทคโนโลยีไล่ตาม
ไม่ทันใจเสียงหนึ่งยังคงอยู่เสียงของครู บ้านนอกที่เขียนจดหมายถึงพระองค์และได้ รับการตอบกลับด้วยลายพระหัตถ์เสียงของ เด็กดอยที่ได้รับทุนเรียนถึงระดับปริญญา เอกเพราะพระองค์เห็นศักยภาพแม้ในเด็กที่ ไม่มีแม้แต่รองเท้านี่คือการปฏิวัติที่ ไม่เปลี่ยนระบบแต่เปลี่ยนชีวิตคนและนี่ คือการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในตอนต่อไป เราจะพาคุณไปรู้จักอีกด้านหนึ่งของพระ องค์ในฐานะผู้รักษาและนวัตกรทางวัฒนธรรม ผู้ไม่เพียงแค่ปกป้องอดีตแต่ยังสร้าง สะพานไปสู่อนาคตของความเป็นไทยในขณะที่ โลกหมุนไปสู่ความทันสมัยอย่างรวดเร็ว เมื่อวัฒนธรรมดั้งเดิมเริ่มถูกกลืนหาย
ด้วยเทคโนโลยีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี กลับทรงเลือกที่จะเดินบนเส้นทางสายสองการ รักษารากเหง้าควบคู่ไปกับการเปิดรับอนาคต พระองค์ทรงเป็นมากกว่าผู้อนุรักษ์ทรงเป็น ผู้มีวิสัยทัศน์ทางวัฒนธรรมที่ไม่ยอมให้ ความเป็นไทยหยุดอยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์หรือ หนังสือเรียนในทุกการเสด็จทรงมองหา ศิลปะหัถกรรมที่กำลังเลือนหายทรงพูดคุย กับช่างฝีมือทรงจดบันทึกอย่างละเอียดและ สำคัญที่สุดทรงสร้างโอกาสให้ศิลปะเหล่า นั้นกลับมาอยู่ในชีวิตจริงไม่ใช่แค่ให้ โชว์แต่ให้อยู่ได้อยู่ได้อย่างสง่างาม ท่ามกลางโลกสมัยใหม่พระองค์ทรงริเริ่ม หลายโครงการที่ผสานวัฒนธรรมเข้ากับ
เศรษฐกิจพอเพียงเช่นศูนย์ศิลปาชีพตามพระ ราชดำริโครงการส่งเสริมผ้าทอพื้นเมืองรวม ถึงการจัดแสดงงานหัถศิลป์ไทยในระดับนานา ชาติให้ชาวต่างชาติได้เห็นว่าผ้าไทยไม่ ใช่ของเก่าแต่คือรากฐานของตัวตนเรา ในอีกมุมหนึ่งพระองค์ยังทรงสนับสนุนการ ศึกษาภาษาต่างประเทศโดยทรงพระราชนิพนธ์ หนังสือแปลทรงส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาจีน ฝรั่งเศสเยอรมันและอื่นๆโดยทรงย้ำว่าการ เรียนรู้ภาษาคือการเข้าใจผู้อื่นโดยไม่ ละทิ้งความเป็นตัวเองพระองค์ทรงเชี่ยวชาญ ด้านวรรณกรรมประวัติศาสตร์ทรงมีผลงานพระ ราชนิพนธ์ทั้งเชิงวิชาการและบันเทิงที่ เข้าถึงคนหลายรุ่นบทกวีที่ทรงแต่งมรรคแฝง
ไว้ด้วยปรัชญาชีวิตการเดินทางที่ทรง บันทึกกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนออกไป เห็นโลกอย่างเข้าใจไม่เพียงเท่านั้นพระ องค์ยังทรงส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อ อนุรักษ์วัฒนธรรมเช่นการจัดทำฐานข้อมูล ดิจิทอลเกี่ยวกับศิลปะพื้นบ้านหรือการ สร้างสื่อออนไลน์เพื่อเผยแพร่ความรู้ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยโลกดิจิทอลจึง ไม่ใช่ศัตรูแต่เป็นเครื่องมือที่พระองค์ ทรงใช้เพื่อต่ออายุสิ่งที่กำลังจะหายไป ด้วยวิธีคิดเช่นนี้พระองค์จึงเป็นเหมือน สะพานเชื่อมระหว่างอดีตที่งดงามกับอนาคต ที่ยังคงกลิ่นอายของความเป็นไทยผู้คนมาก มายเคยเข้าใจผิดว่าความเป็นไทยต้องนิ่ง
ต้องย้อนยุคแต่พระองค์แสดงให้เห็นว่าไทย คือการเคลื่อนไหวอย่างมีรากฐานคือการ เปลี่ยนแปลงที่ไม่ลืมจิตวิญญาณหากความทัน สมัยคือกระแสแต่น้ำเชี่ยวพระองค์ก็คือ เสาหินกลางลำน้ำที่แม้ไม่เคลื่อนไหวแต่ ทรงสร้างแรงสะท้อนกลับให้ผู้คนหันกลับมา มองคุณค่าภายในตอนต่อไปเราจะพาคุณไปค้นพบ อีกบทบาทสำคัญของพระองค์ในฐานะผู้ทรงดูแล สุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้คนจากชนบท ห่างไกลสู่การวางรากฐานที่ยั่งยืนให้ สังคมไทย ความเป็นอยู่ของผู้คนมิได้เริ่มจากนโยบาย แต่มักเริ่มจากความใส่ใจและนั่นคือสิ่ง ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงมอบให้ประชาชนไทยมาโดยตลอดมิใช่เพียง
ในฐานะราฎนิกุลแต่ในฐานะของมนุษย์ผู้มี หัวใจเมื่อใครบางคนพูดถึงพัฒนาพวกเขามัก หมายถึงถนนตึกหรือเครื่องจักรแต่สำหรับ พระองค์การพัฒนาคือการทำให้คนกินอิ่มหาย ป่วยมีศักดิ์ศรีพระองค์เสด็จพระราชดำเนิน ไปในพื้นที่ห่างไกล ที่ไม่ปรากฏในแผนที่ท่องเที่ยวที่รถ พยาบาลไม่สามารถเข้าถึงที่โรงพยาบาลอยู่ ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตแต่ในที่เหล่า นั้นพระองค์ไปถึงและพระเมตตาของพระองค์ก็ เชื่อมถึงใจคนโครงการพัฒนาสุขภาพและ โภชนการในโรงเรียนคือหนึ่งในโครงการพระ ราชดำริที่ทรงผลักดันอย่างต่อเนื่องเพราะ เด็กที่อยู่ย่อมเรียนไม่ได้และการให้ โอกาสในชีวิตเริ่มจากการให้โอกาสได้เติบ
โตอย่างแข็งแรงแห่งพระองค์ทรงศึกษาข้อมูล เชิงลึกเกี่ยวกับภาวะทุโภชนการในเด็กทรง ประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข หน่วยแพทย์เคลื่อนที่และนักโภชนาการระดับ ชาติเพื่อออกแบบแนวทางที่สามารถใช้ได้ จริงในโรงเรียนขนาดเล็กยิ่งไปกว่านั้นพระ องค์ยังทรงห่วงใยสุขภาพของผู้พิการผู้สูง อายุผู้ป่วยระยะยาวโดยทรงสนับสนุนการฝึก อบรมอาสาสมัครสาธารณสุขและส่งเสริมการ ฟื้นฟูสมรรถภาพในชุมชนแนวคิดของพระองค์ คือสังคมไม่ควรทิ้งใครไว้ข้างหลังหลาย ครั้งที่พระองค์ทรงเยี่ยมบ้านเด็กพิการ ด้วยพระองค์เองประคองเด็กที่นั่งรถเข็น ด้วยพระหัตถ์หยอกล้อให้เด็กยิ้มถามชื่อ
อย่างอ่อนโยนแล้วตรัสว่าโตขึ้นหนูอยาก เป็นอะไรอยากเป็นอะไรก็ได้นะถ้ามีคนเชื่อ ว่าหนูทำได้แม้คำตรัสนั้นจะเรียบง่ายแต่ มันคือการเยียวยาที่ลึกซึ้งกว่าเครื่อง มือแพทย์ใดๆพระองค์มีได้เพียงแค่นำสิ่ง ของเข้าไปในพื้นที่ด้อยโอกาสแต่ทรงนำ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์กลับไปให้ผู้คน ให้เขารู้ว่าเขามีค่าไม่ว่าจะอยู่ห่างไกล เพียงใดวันนี้โครงการพัฒนาโรงเรียน โภชนการอาสาสมัครคลินิกชุมชนล้วนถือ กำเนิดจากพระราชวิสัยทัศน์ของพระองค์ใน โลกที่สุขภาพเป็นเรื่องของระบบพระองค์ทรง ทำให้มันกลับมาเป็นเรื่องของหัวใจและใน ความเงียบงันที่พระองค์ทรงดำรงอยู่อย่าง
มั่นคงเสียงเล็กๆของเด็กๆที่หายป่วย ครอบครัวที่กลับมายิ้มได้ชาวบ้านที่กล้า มองอนาคตกำลังเปล่งเสียงขอบคุณโดยไม่ต้อง เปล่งถ้อยคำ ในตอนต่อไปเราจะสานต่อเรื่องราวเพื่อเผย ให้เห็นภาพรวมของมรดกที่ยั่งยืนที่พระ องค์ทรงวางไว้ให้ประเทศไทยโดยไม่ต้องมี อนุสาวรีใดมาระลึกถึง ในโลกที่เปลี่ยนแปลงแงเร็วกว่าสายตาหลาย สิ่งถูกลืมเลือนหลายคนถูกแทนที่หลายผลงาน กลายเป็นอดีตแต่มีบางอย่างไม่เคยจางคือ มรดกที่อย่างรากในหัวใจคนสมเด็จพระเทพ ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี มิได้ทรงสร้างอนุสาวรีมิได้จารึกพระนาม ไว้ในอาคารหรูแต่ทรงเลือกจารึกพระนามไว้
ในรอยยิ้มของเด็กบ้านนอกในปัญญาของครูใช้ ขอบในศักดิ์ศรีของชาวบ้านผู้เคยไร้เสียง พระองค์ทรงเข้าใจว่ามรดกที่แท้จริงไม่ใช่ สิ่งที่เราทิ้งไว้เบื้องหลังแต่คือสิ่ง ที่เราทำให้เกิดขึ้นขณะที่เรายังมีลมหาย ใจและพระองค์ทรงใช้ทุกลมหายใจเพื่อหล่อ เลี้ยงบ้านเมืองนี้จากโรงเรียนดินลูกรัง สู่ห้องสมุดเคลื่อนที่ในที่ธุรกันดารจาก บทกวีพระราชนิพนธ์สู่แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย จากผ้าทอพื้นบ้านสู่เวทีศิลปะวัฒนธรรม ระดับโลกแต่ละเสี้ยวของพระราชกรณียกิจ คือเส้นใยเล็กๆที่รวมกันเป็นผืนผ้าแห่ง อนาคตไทยเยาวชนรุ่นใหม่แม้อาจไม่เคยเห็น พระองค์ทางโทรทัศน์อาจไม่เคยจำบทบาทพระ
องค์ได้จากแบบเรียนแต่พวกเขากำลังเติบโต ขึ้นภายใต้ร่มเงาของระบบการศึกษาที่พระ องค์ทรงวางรากฐานไว้ให้พวกเขากำลังหาย ป่วยด้วยระบบสาธารณสุขในโรงเรียนที่พระ องค์ทรงช่วยออกแบบพวกเขากำลังภาคภูมิใจใน ความเป็นไทยจากโครงการอนุรักษ์วัฒนธรรม ที่พระองค์ทรงสานไว้เบื้องหลังไม่มีใคร นับจำนวนวนครที่พระองค์เสด็จไปในป่าไม่มี ใครจดสถิติจำนวนที่พระองค์ทรงพูดด้วยไม่ มีใครบันทึกจำนวนเด็กที่ได้รับแรงบันดาล ใจจากพระองค์แต่พวกเขาทั้งหมดกำลัง เปลี่ยนโลกด้วยแรงผลักดันที่มาจากใครบาง คนที่เขาอาจไม่รู้ชื่อนี่คือมรดกที่ยั่ง ดื่มไม่ต้องมีหอจดหมายเหตุไม่ต้องมี
อนุสาวรีเพราะมันฝังอยู่ในโครงสร้างของ ประเทศฝังอยู่ในวัฒนธรรมฝังอยู่ในนิสัย ของผู้ให้ที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน และเมื่อถึงวันหนึ่งที่เราต้องบอกเล่า เรื่องราวของวีรสัตตรีผู้เปลี่ยนประเทศ ด้วยความเงียบด้วยเมตตาด้วยการลงมือทำซ้ำ ทำซ้ำโดยไม่ต้องมีคำประกาศขอให้เรานึกถึง พระนามนี้สมเด็จพระกณิษฐาธิราชเจ้ากรม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ผลิตโดยทีมงานแวงหรือแอง Channel ขอกราบ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดนี้ ได้ขอเชิญทุกท่านร่วมแบ่งปันความประทับใจ หรือความทรงจำที่ท่านเคยมีเกี่ยวกับพระ ราชกรณียกิจของพระองค์เพราะทุกเรื่องราว
คือพลังของมรดกที่ยังมีชีวิต
