มันส์มาก! วิโรจน์ก้าวไกล ตอกหน้าสุทินกลางสภา เลิกเล่นละครตบตาประชาชน

ท่านประธานที่เคารพครับแทนที่นายสุทินใน ฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกาหเป็นเสนาบดี ผู้บังคับบัญชาสูงสุดจะพูดว่าสั่งการกอง ทัพจะสั่งการกองทัพกลับพูดว่าจะขอกองทัพ อย่างนี้ไม่สิ้นหวัง่ะครับในเมื่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังไม่กล้า สั่งการเชิงนโยบายต้องมาขอร้องกองทัพให้ ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของ ประเทศอย่างนี้ผมยืนยันได้เลยว่าตราบใด ที่นายสุทินคลังแสงยังคงเป็นรัฐมนตรีว่า การกระทรวงกะลาโหมอยู่อนาคตของธุรกิจหรือ อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศมีแต่มืดมนต์ ก็ขออยู่วันทางค่ำแล้วเให้ท่านหรือเปล่า ท่านไปดูงบ 67 ไปดู T เให้ท่านหรือเปล่า
เคให้ราคาท่านหรือเปล่าทั้ง 5 เรื่องที่ ผมได้อภิปรายในวันนี้สะท้อนว่าเปลี่ยนการ เปลี่ยนรูปแบบการเกฑ์ทหารเป็นแบบสมัครใจ การลดจำนวนนายพลการส่งเสริมอุตสาหกรรมการ ป้องกันประเทศตลอดจนการเอาพื้นที่ของทัพ มาใช้ประโยชน์เพื่อประชาชนรัฐบาลนี้ไม่ ได้ทำอะไรใหม่เลยนี่ไม่ใช่การคิดใหม่ทำ เป็นแต่เป็นการทำแล้วทำอยู่ทำต่อของพลเอก ประยุทธ์จันทร์โอชาและถ้านายสุทินและนาย เศรษฐายังคงฝืนทำแบบแบบนี้ต่อไปก็จะยิ่ง ทำให้ประชาชนที่ถูกหลอกรู้สึกไม่ไว้วางใจ กองทัพและไม่เป็นผลดีต่อการจัดสรรงบ ประมาณตลอดจนการขับเคลื่อนนโยบายด้านความ มั่นคงของประเทศประเทศเขต้องการการเป็น
รูปกองทัพณวันนี้ผมถามท่านสุทินผ่านท่าน ประธานว่ากล้าไปมองหน้าทหารเรือที่เขาเอา เอารายละเอียดมาชี้แจงงวดแรกขอ 850 เขาก็ ยอมเพื่อให้เกิดคุณูปการการต่อเรือฟรีเกต ในประเทศไทยกล้าเดินไปที่กองบัญชาการกอง ทัพเรือหรือเปล่ากล้ามองหน้าลูกประดูหรือ เปล่าผมถามนายสุทินประเทศต้องการการไปรูป กองทัพผมยืนยันตรงนี้พอกันทีครับกับการ เล่นละครที่ตั้งชื่อซีรีส์ว่าการพัฒนา ร่วมกันละครแบบนี้ครับหวังให้ได้มาซึ่ง คะแนนเสียงจากการเลือกตั้งไม่ได้อีกแล้ว ประชาชนเกินข้าว ครับการปฏิรูปกองทัพผมเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังนายสุทินคลังแสงเอาไว้ด้วยว่า
ไม่ใช่การทำลายกองทัพหรือด้อยฆ่ากองทัพ เหมือนที่นายสุทินให้สัมภาษณ์มาหลายวัน ก่อนไม่รู้เอาที่ไหนมาพูดแต่การปฏิรูปกอง ทัพเป็นกระบวนการที่ทำให้ความสัมพันธ์ของ กองทัพกับประชาชนดีขึ้นถ้าไม่มีการปฏิรูป กองทัพอย่างจริงจังครับทุกการกระทำทุกการ เคลื่อนไหวของกองทัพประชาชนจะตั้งแง่ทัน ทีคิดในทางลบเอาไว้ก่อนพอกองทัพดึงดันจะ เอาให้ได้ประชาชนจะขอตรวจสอบก็ไม่ให้ตรวจ เอะอะอ้างว่างบลับเอะอะอ้างเรื่องความ มั่นคงแล้วก็ดื้อตาใสฝืนทำฝืนซื้อโดยไม่ สนใจเสียงวิพากษ์วิจารย์จากประชาชนผมถาม ตรงๆฮะพฤติกรรมอย่างนี้หากปล่อยเอาไว้ เรื่อยๆไม่คิดครับว่าภาพลักษณ์ของกองทัพ
จะตกต่ำลงและจะทำให้กองทัพทำงานได้อย่าง ยากลำบากและในท้ายที่สุดก็จะมีกลุ่มก้อน ทางการเมืองกลุ่มนึงที่ฉวยโอกาสจากอคติ ของประชาชนไปตบทรัพย์ต่อรองเอาผลประโยชน์ จากงบประมาณกองทัพถามตรงๆฮะมีสายข่าวจาก ธรบอกผมว่าเรือฟรีเกตวงเงิน 17,000 ล้าน มีการต่อสายจะคุยกับธรด้วยแต่ศักดิ์ศรี ทหารเรือลูกประดู่เขาไม่คุยด้วยฮะสุดท้าย ก้อนแรก 1,700 ล้านพพรยอมเหลือแค่ 850 ล้านก็ไม่ให้เาทั้งที่เรือลำนี้เดี๋ยวผม จะเล่าต่อไปว่านี่คือคุณอุปการของ อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและวิศวกรรม การต่อเรือของประเทศไทยที่ประชาชนคนไทย สูญเสียผลประโยชน์อย่างมหาศาลเพราะทรลูก
ประดู่ถือศักดิ์ศรีของเขามองหน้ากรมหลวง ชุมพรแล้วไม่ยอมไปคุยกับใครบางคนของ รัฐบาลถ้ากองทัพไม่ส่งเงินทอนให้ก็จะตัด งบประมาณของกองทัพอย่างนั้นนะฮะทั้งๆที่ โครงการหลายโครงการของกองทก็มีความจำเป็น แต่สุดท้ายถ้ากองทัพไม่โปร่งใสก็จะถูกนัก การเมืองกลุ่มนึงเอาความลึกลับดำมืดภายใน กองทัพมาเป็นชนักปักหลังกองทัพจะทำไงครับ ท่านประธานครับจะใช้วิธีการแบบสงครามเย็น ฮะปฏิบัติการไอโอกับประชาชนน่ะฮะยุคนี้ เป็นยุคที่ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร กันได้หมดแล้วครับประชาชนเขาไม่เชื่อล่วง โรแมนติกอีกแล้วครับถึงเชื่อก็หลงเชื่อ ประเดี๋ยวประด๋าวครับสักพักพอตาสว่างและ
ไอ้คนที่ตาสว่างแล้วพอตาสว่างนะฮะเขาจะ รู้สึกว่าตัวเองถูกหลอกครับท่านประธานและ จากรักสุดๆก็จะกลายเป็นเกลียดสุดขั้วจาก เคยที่เชื่อหมดใจก็จะกลายเป็นระแวงทุกข ย่างกล้าจากตาซี่สว่างแล้วจะไม่ยอมกลับไป มืดบอดอีกการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ อย่างตรงไปตรงมาและความโปร่งใสเท่านั้น ครับท่านประธานที่จะสามารถปฏิสังขรความ สัมพันธ์ที่ดีระหว่างกองทัพและประชาชน ขึ้นมาใหม่ได้ผมมี 5 เรื่องที่จะสะท้อน ให้ท่านนายกและและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหมทราบนะครับผ่านท่านประธานเรื่องแรก ที่ผมอยากจะสะท้อนก็ คือการปรับลดกำลังพลแม้ว่าตอนนี้นะครับ
รัฐบาลจะโหมประโคมข่าวความสำเร็จนะของการ รับสมัครทหารแบบออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นนะ ครับเป็น 1,1 นายนะเพิ่มขึ้นจากปี 2566 นะครับที่ตอนนั้นมีอยู่ 1156 นายอยู่ 40 9.3 ปี 65 นี่ 6,600 ครับปี 64 นี่อยู่ 3,200 ใช่ครับถ้าดูแค่ยอดออนไลน์อย่าง เดียวมันเพิ่มขึ้นแต่มันคนละเรื่องกับการ ลดกำลังพลและการรับสมัครแบบออนไลน์ก็เป็น นโยบายที่ทำมาตั้งแต่ยุคพลเอกประยุทธ์ เมื่อปี 2564 แล้วท่านประธานครับถ้าการ รับสมัครแบบออนไลน์เป็นกลไกที่จะยกเลิก การเกณฑ์ทหารได้จริงเมื่อรวมเอา 2 ยอดยอด แรกคือยอดสมัครแบบ walk in มารวมกับยอดสมัครแบบออนไลน์เข้าด้วยกัน
จำนวนยอดสมัครรวมควรจะต้องเพิ่มขึ้นใช่ ไหมครับไม่ใช่แค่ดูแค่ยอดออนไลน์อย่าง เดียวมาดูในปี 57 ตอนนั้นยังไม่มีออนไลน์ ออนไลน์มีตอน 64 ปี 57 เนี่ยยอดสมัครรวม อยู่ที่ 33,000 ปี 58 กลายเป็น 43,000 ปี 59 กลายเป็น 47,000 ปี 60 กลายเป็น 50,000 ปี 61 45,000 ดูนะฮะตัดมาที่ปี 64 เลยครับเริ่มมียอดสมัคร ออนไลน์รวมกันนะครับ 2 ก้อนลดลงเหลือ 28, 572 รายเป็นยอด Walk 25,000 ยอดออนไลน์ 3,200 ปี 65 เหลือเพียงแค่ 30,000 ยอด Walk อิน 23,000 ยอดออนไลน์ 6,600 ปี 66 ครับยอดรวมนะครับปกติจะอยู่ที่ประมาณสัก 4,000 กว่า 50,000 ปี 66 ยอดรวมอยู่ที่
35,000 Walk อิน 25,000 ออนไลน์ 10,000 เห็นมั้ครับพอยวมพอรวม 2 ก้อนนะครับเกิด อะไรขึ้นครับพบว่ายอดสมัครรวมนะครับที่ รวมอินกับออนไลน์มีแนวโน้มลดลงจากเดิม ด้วยซ้ำนี่มันนโยบายลุงตู่อยู่ต่อชัดๆ ครับผมนึกถึงโลโก้อย่างนี้ เลยไม่มีทางที่จะนำไปสู่การยกเลิกการ เกณฑ์ทหารได้ครับนี่คือการหลอกลวงตบตา ประชาชนโดยเอายอดออนไลน์เท่านั้นมานำ เสนอและหากพิจารณายอดเกณฑ์ทหารจากปี 2557 ถึง 2562 ที่อยู่ในระดับปีละประมาณ 100,000 นายปี 6364 ลดลงจุ๊บจิ๊บครับอยู่ที่ 97000 นะฮะแม้ว่าปี 2565 จะลดลลดลงมาค่อนข้างมากอยู่ที่ 58,000 แต่ไม่ใช่เพราะอะไรนะครับเดี๋ยว
จะบอกว่าลดลงแล้วช่วงนั้นเป็นสถานการณ์ โควิดครับแต่พอปี 66 ครับอ่าวันนี้ท่าน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาละปี 66 กระโดดกลับมาอยู่ที่ 9,000 3 ล่าสุดปี 67 ครับแม้ว่าจะปรับตัวลดลงฮะแต่ลดลงเพียง เล็กน้อยเท่านั้นครับท่านประธานอยู่ที่ 8,000 อ่าจากปี 669 13,000 ปี 678 13,000 ท่านประธานครับสรุปแล้ว 11 ปี ครับลดลงเฉลี่ยปีละ 1,500 สิ่งที่รัฐบาลนี้กำลังทำอยู่นะ ครับไม่ได้มีอะไรใหม่แต่เป็นสิ่งที่พลเอก ประยุทธ์ทำอยู่แล้วนั่นก็คือการบรรจุ กำลังพลในอัตราประมาณร้อยละ 70 ของอัตรา ความต้องการจริงปี 63 ปี 63 สมัยพลเอก
ประยุทธ์ก็บรรจุอัตราการบังพลในอัตราร้อย ละ 64 ครับและการลดอัตราการบังพลในอัตรา ที่ต้วมเตี้ยมแบบนี้ไม่ใช่การพัฒนาร่วม กันแน่ๆแต่กำลังเป็นการเล่นละครหลอกลวงตบ ตาประชาชนเพื่อซื้อเวลาการปฏิรูปกองทัพ ออก ไปถ้าเราจะปฏิรูปกองทัพอย่างแท้จริง กระดุมเม็ดแรกคืออะไรครับท่านประธาน กระดุมเม็ดแรกก็คือการปรับปรุงโครงสร้าง หน่วยงานภายในกระทรวงกลาโหมควบรวมยุบเลิก หน่วยงานที่ซ้อนและประเมินภัยคุกคามและ บริบทของความมั่นคงในโลกยุคใหม่เอาภารกิจ ของหน่วยงานต่างๆมากางว่าต้องใช้กำลังพล ในแต่ละภารกิจเท่าไหร่โดยเฉพาะกำลังพลที่ เป็นทหารลาภต้องยอมรับอย่างนี้ครับท่าน
ประธานบริบทของโลกยุคใหม่ความต้องการใน การใช้พลทหารที่เป็นทหารราบมันลดลงในทุก ประเทศอยู่แล้วและที่สำคัญครับท่านประธาน ต้องเอาภารกิจที่ไม่เกี่ยวกับทางการทหาร ไม่ว่าไม่ว่าจะเป็นพลทหารรับใช้เลี้ยง เป็ดเลี้ยงไก่เด็กเสิร์ฟพลทหารเด็กปั๊มพล ทหารคาแครพลทหารรับเหมาก่อสร้างออกจาก ระบบให้ หมดเรื่องการยุบควบรวมหน่วยงานทหารเดี๋ยว ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกหมเดี๋ยวก็คง มาพูดอีกว่าสภากลาโหมมีแผนอยู่แล้วที่จะ ยุบหน่วยงานระหว่างปีงบประมาณ 68 -67 อย่าพูดเลยครับเพราะผมอ่านแล้วผมติด ตามมาแล้วเ้าบอกว่าแผนการยุบหน่วยงานแบบ นี้เนี่ยจะสามารถลดกำลังพลได้ประมาณ 700
เต็มที่ก็ 1,700 อัตราประหยัดงบประมาณได้ เท่าไหร่รู้มั้ยครับ 34 ล้านบาทจากงบ บุคลากรปีนึงเท่าไหร่รู้มั้ยฮะ 93,95 นะในช่วงสถานการณ์โควิดมาอ้างอิงนะท่าน ประธานโดยเชื่อว่าจำนวนทหารเกณฑ์ที่มี ความจำเป็นจริงๆน่าจะอยู่ราวๆสัก 50,000 กว่านายเพราะช่วงที่โควิดระบาดนะฮะความ ตั้งต้องการพลทหารคาแครเด็กปั๊มเด็ก เสิร์ฟก็คงจะลดลงฮะคงไม่มีใครกล้าเอาพล ทหารไปเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ไม่มีใครไม่มี นายพลคนไหนกล้าเอาพลทหารรับใช้ไปปะปนกับ คนในบ้านนะ ฮะหรือจะคิดอีกสูตรนึงครับเอาอัตรากำลัง พลต่อกำลังแรงงานมาคิดครับประเทศไทยอยู่ ที่ประมาณ 1.17 เปอรภาพรวมของโลกอยู่ที่
0.8 8 1% ก็คำนวณยังไงนะครับก็คิดว่า จำนวนพลทหารน่าจะอยู่ราวๆสัก 60,000 กว่า นาย tdi เองครับก็เคยประเมินครับว่าใน สภาวะสังคมผู้สูงวัยที่ประเทศไทยกำลัง เผชิญอยู่นี้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลด ลงจากแนวโน้มจากแนวโน้มเดิม 0.8% ต่อปีนะ ครับแล้วะ tdi เสนอด้วยนะครับว่าการลดการ เกณฑ์ทหารลงครึ่งนึงหรือเหลือเพียงปีละ 50,000 เนี่ยเพื่อให้วัยประชากรในวัยแรง งานไปได้ประกอบอาชีพที่เขามีทักษะประกอบ อาชีพที่เขามีความฝันเพื่อสร้างรายได้ให้ กับประเทศจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และแก้ไขปัญหาได้ราวๆ 6% เลยทีเดียว รัฐบาลนี้ทั้งนายสุทินและนายเศรษฐาในฐานะ
นายกได้ตระหนักเอาาไว้บ้างหรือไม่หาก รัฐบาลเร่งปรับลดยอดพลทหารลงมาอยู่ใน ระดับที่จำเป็นครับท่านประธานนอกจากจะ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้วยังทำให้ รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอในการปรับปรุง สวัสดิการและทำสัญญาจ้างทหารอาชีพแบบ สมัครใจในระยะยาว 4-5 ปีได้ และการที่ได้พลทหารเข้ามาแบบสมัครใจจะทำ ให้การฝึกทหารและการปฏิบัติภารกิจมี ประสิทธิภาพการบังคับบังคับเกณฑ์แบบที่ เป็นอยู่มีแต่จะทำให้กองทัพเผชิญปัญหาใน รูปแบบต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้าน สุขภาพจิตซึ่งจากการเก็บรวบรวมข้อมูลของ โรงพยาบาลรามาธิบดีนะครับพบว่ามีพลทหาร ใหม่มีภาวะซึมเศร้าทั้งๆที่ไม่ได้เป็นมา
ก่อนสูงถึง 19.95 เตีกลมๆ 20% ปัญหายาเสพติดคณะ กรรมาธิการการทหารเคยเชิญหน่วยงานของกอง ทัพบางผลัดพบว่ามีพลทหารใหม่เกี่ยวพันกับ ยาเสพติดถึงร้อยละ 30 ล่าสุดครับก็เพิ่งมีพลทหารฆ่าตัวตาย ที่จังหวัดราชบุรีและที่ปราจีนบุรีผมตั้ง คำถามครับว่าจะต้องมีอีกกรณีนายสุทินคลัง แสงและนายเศรษฐาทวีสินจะตระหนักมากกว่า นี้ถ้าเรารับสมัครทหารในรูปแบบสมัครใจใน จำนวนที่พอเหมาะพอสมกับภารกิจทางการทหาร กองทัพก็จะสามารถคัดเลือกคนที่มี คุณสมบัติตามที่กองทัพต้องการมีความเต็ม ใจในการปฏิบัติหน้าที่ประชาชนจำนวนนึงที่ ไม่เหมาะกับภารกิจด้านการทหารเขาจะได้ไป
ใช้ทักษะของเขาทำอาชีพอื่นที่มีประโยชน์ ต่อประเทศชาติล่าสุดผมลงพื้นที่กับส.ส ญาณธิชาบัวเผื่อนที่อำเภอขลุงฮยอดสมัคร ที่เขาต้องการคือ 60 นายมีคนสสมัครแบบ สมัครใจแค่ 9 นายเพราะอะไรรู้มั้ยครับ ท่านประธานเพราะที่จังหวัดจันทบุรีอำเภอ ขรุงเขาต้องการแรงงานที่มีทักษะเกี่ยวกับ ทุเรียนแล้วรายได้วันนึงเหลายพันแล้วเมี ทักษะที่จำเป็นแล้วมูลค่าการส่งออก ทุเรียนปีนึงมากกว่า 100,000 ล้านเอาแรง งานที่มีทักษะไปทำอย่างอื่นดีกว่ามยนี่ฮะ ปัญหามันก็เกิดขึ้นท่านประธานทราบมั้ครับ ว่าใบแดง 1 ใบทำให้ชายไทยเนี่ยนะสูญเสีย รายได้จากการทำงานเฉลี่ยแล้ว 30,000
3424 122 บาทปี 66 ครับท่านประธานมีใบ แดงอยู่ 57,000 ใบทำแรงงานสูญเสียรายได้ รวม 20,000 ล้านหากค่าจ้างคิดเป็นประมาณ 134.95 ทางเศรษฐกิจประเมินได้เลยครับว่า เรามีมูลค่าการเสียหายความเสียหายจากการ จับใบดำใบแดงเปีนึงเนี่ย 57,000 ล้านดูดิ ฮะ 10% ของ Digital wallet แล้วการรับสมัครทหารแบบสมัครใจครับท่าน ประธานมันเป็นเรื่องที่ดีเพื่อให้คนที่มี ศักยภาพเขาจะได้ไปประกอบอาชีพที่เขาถนัด ที่เขามีศักยภาพเพื่อสร้างมูลค่าทาง เศรษฐกิจให้กับประเทศมันไม่ดีตรงไหนครับ มันไม่ดีต่อการพัฒเทศตรงไหนฮมันไม่ดีต่อ การพัฒนาประเทศตรงไหนครับผมอยากฝากเรียน
ถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกอาห พรรคนี้ให้สัมภาษณ์บ่อยนะบอกว่ามีคนด้อย ฆ่าทหารบ้างด้อยศักดิ์ศรีทหารบ้างผมถาม ว่าการเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจมันไม่ดีตรง ไหน้ารัฐบาลนี้ยังคงเอาปาหี่การลดอัตรา กำลังพลในแบบที่พลเอกประยุทธ์มาทำที่เขา ทำแล้วทำอยู่ทำต่อเนี่ยโดยโหมทำการตลาด เหมือนเป็นของใหม่ที่ยอดเกณฑ์ทหารลดลง เฉลี่ยแค่ปีละ 1,500 คนประเทศของเราต้อง ใช้เวลาอีกราวๆ 20 ปีครับถึงจะปลอดจากพล ทหารรับใช้เผลอๆเดี๋ยวมีรัฐประหารเกิด ขึ้นก่อนด้วย ซ้ำประชาชนเขารู้ครับไม่ต้องมาบอกครับ ประชาชนเขารู้ว่าประเทศจำเป็นต้องมีพล ทหารเพื่อภารกิจด้านความมั่นคงเพื่อ
ภารกิจด้านการทหารแต่สิ่งที่เขาสงสัยคือ ทำไมต้องมีพลทหารในจำนวนที่มากขนาดนี้และ อย่ามาเถียงครับว่าที่มีอยู่เนี่ยมัน จำเป็นแล้วมีตามความจำเป็นเพราะประชาชน เขาเห็นครับว่ามีหัวเกรียนๆไปคอยทำงานตัด หญ้าซักผ้าในบ้านนายพลแล้วพวกบ้านนายพลนะ ครับจะอยู่แบบสงบเสงี่ยมเจียมตัวก็ไม่ได้ ครับท่านประธานต้องติดป้ายใหญ่ๆหน้าประตู อันลอยว่าบ้านนี้เป็นบ้านพลตรีพล.
โฑพลเอก อะไร ประชาชนเเห็นครับแล้วอย่างนี้เรียกจำเป็น ่ะฮะหรือการที่ต้องมีผลทหารกันเยอะแยะมาก มายนี่เป็นเพราะแหล่งผลประโยชน์ที่เอาไว้ หล่อเลี้ยงบรรดานายพลครับที่หากินจากการ บังคับเกณฑ์ทหารปีๆนึงนะครับคณะ กรรมาธิการการทหารประเมินไว้ไม่ใช่น้อยๆ นะ ครับพอมีคนอยากมีคนไม่อยากเกฑ์ทหารก็จะมี สัสดีบางกลุ่มบางกวนครับเอาใบสด 43 เก๊มา หลอกขายช่อโกงประชา ชนใบนึงนะครับเค้าเรือนที่ตลาดครับผมว่า ท่านสุทินก็ทราบว่าตกใบนึงเอยู่ที่ 50,000 ถ้าปีนึงหลอกขายประชาชนได้สัก 60,000 คน นะครับความเสียหายปีนึงก็มูลค่าผล ประโยชน์ก้อนนี้ก็ 3,000 ล้านยังครับไป
ฝึกทหารใน ค่ายก็สามารถยกเงินเดือนให้กับนาย พล 10,000 บาทถ้าปีนึงมีการลักลอบปล่อยพล ทหารกับบ้านสัก 20,000 นายปีนึงผล ประโยชน์ก้อนนี้ก็ 2,400 ล้านรวม 2 ก้อน 5,000 ลล้านต่อ ปีเป็นเรื่องนี้หรือเปล่าครับที่ไม่ยอมยก เลิกการบังคับเกณฑ์ทหารเรื่องที่ 2 ครับ คือการลดจำนวนนายพลชิชะก็เป็นอีกเรื่อง นึงนะฮที่เป็นปาหีที่รัฐบาลนี้หลอกประชา ชนไม่แตกต่างกันครับที่แถลงข่าวซะใหญ่โต บอกว่าปี 2570 จะมีการลดจำนวนนายพลลงกว่า ร้อยละ 50 อ่านข่าวดีๆท่านประธานไม่ใช่ลด จำนวนนายพลลงครึ่งนึงนะฮะไม่ใช่ลดจำนวนน พลทั้งหมดลงครึ่งนึงนะแต่เป็นการลดจำนวนน
พลที่เกินจำเป็นหรือผมเรียกว่านายพลตบยุง ที่ไม่มีหน้าที่ที่ชัดเจนแล้วบอกว่าอะไร ฮะนายพลที่อยู่ในแดคู่ทรงคุณวุฒที่ไม่มี หน้าที่ในปี 270 จะเหลือจำนวนนายพลที่ เกินจำเป็นน้อยกว่า 300 นายผมถามครับ จำนวนนายพลที่เกินจำเป็นมันต้องเป็น 0 ใช่มั้ยจะมีจำนวนนายพลที่เกินจำเป็นไม่ เกิน 300 น้อยกว่า 300 นาย เพื่อผมก็อยากบอกบอกว่าไม่ต้องทำอะไรครับ นายสุทินไม่ต้องทำอะไรเลยจำนวนนายพลก็จะ ลดลงอยู่แล้วนะฮะเพราะอะไรรู้มั้ยฮะเรามา ไล่รุ่นดีมั้ยฮะผบทบผบทรเตรียมทหารรุ่น ที่ 23 ฟังผมดีๆท่านประธานผบทอเตรียมทหาร รุ่นที่ 24 ที่ผ่านมาโรงเรียนเตรียมทหารเ
รับอยู่นะครับรุ่นนึงเนี่ย 350 นายแต่พอ มารุ่นที่ 28 อีก 5 ปีโรงเรียนเตรียมทหาร เรับนักเรียนเตรียมหารลดลงครับจาก 2 350 นายเหลือ 200 นายครับลดลง 150 คนต่อรุ่น นับตตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาไปดูที่ เว็บไซต์ทำเนียบรุ่นได้ครับท่านนายกนั่น หมายความว่าไงครับอีก 5 ปีครับหรือปี 2572 ครับไม่ต้องทำอะไรเลยตีขิมรออยู่หน้าค่าย เฉยๆจำนวยนายพลก็ลดลงโดยอัตโนมัติอยู่ แล้วอย่ามาหลอกประชาชนว่าจะปรับลดจำนวน นายพลนี่เป็นการฉกฉวยเอาโอกาสของจำนวนนัก เรียนเตรียมทหารที่รับเข้าน้อยลงมาเคมผล งาน RE ก็อีกเรื่องนึงโครงการนี้ทำแล้วทำ อยู่ทำต่อตั้งแต่ปี 63 ตั้งแต่ยุคพลเอก
ประยุทธ์ผมถามแค่นี้ถ้ามันสำเร็จงบ บุคลากรของกองทัพลดลงก็เปล่าแล้วยังจะมา เคมอีกนี่ผมต้องชื่นชมท่านอนุทินนะครับคน ละทิเหมือนกันแต่พยักหน้านะครับแต่ท่าน สุธินกมหน้าอย่างเดียวเลยเรื่องที่ 3 เรื่องที่ดินราชพัสดุ ที่ครอบครองโดยกองทัพก็เป็นอีกเรื่องฮะ ที่สำคัญมากๆครับที่ดินราชพัสดุ 12 ล้าน ไร่ถูกครอบครองโดยกองทัพถึง 6.
25 ล้านไร่ ครอบครองโดยกองทัพบบนะฮะฮุบเอาไว้ถึง 4.5 ล้านไร่และใน 4.5 ล้านไร่อยู่ในจังหวัด กาญจนบุรีและคาบเกี่ยวไปยังราชบุรีถึง 3 ล้านไร่กองทัพอากาศกองทัพเรือมีไว้รวมกัน 1.75 ล้านไร่มีที่ดินรกล้างหรือใช้ ประโยชน์ไม่เต็มประสิทธิภาพที่ดินบางส่วน ถูกนำนำไปใช้ทำสวัสดิการ ธุรกิจไม่ว่าจะเป็นสนามกอล์ฟ 60 แห่งสถาน พรตากอากาศ 10 แห่งสนามมวยอีก 1 แห่งโดย ขาดความโปร่งใสไม่มีการเปิดเผยว่ามีการ จ่ายค่าเช่าให้กับกรมธนารักษ์หรือไม่จ่าย ในอัตราเท่าไหร่มีการทำบัญชีอย่างถูกต้อง หรือไม่ที่ผ่านมาสวัสดิการเชิงธุรกิจของ ของกอง ทัพมีรายงานกำไรเพียงจุ๋มจิ๋มทุกกิจการ
รวมกันของทุกเหล่าทัพมีกำไรเพียงปีละ 70-80 ล้านบาทต่ำกว่า 100 ล้านบาทต่อปี ก็แล้วกันมีค่าใช้จ่ายอะไรเกิดขึ้นครับ แต่ถ้าเกิดทำธุรกิจแล้วกำไรน้อยขนาดนี้จะ ทำธุรกิจทำไมครับเอาทหารมาทำธุรกิจก็เป็น แบบนี้ที่พร่ำบอกว่าเอากำไรส่วนนึงไปจัด สวัสดิการให้กับทหารชั้นผู้น้อยไปทำอะไร เป็นเงินเท่าไหร่มีความจำเป็นหรือไม่ตรง โจทย์อย่างที่นายทหารชั้นผู้น้อยเต้องการ หรือ เปล่าเป็นตลกร้ายนะครับที่กองทัพฮุบเอา ที่ดินไว้เป็นจำนวนมหาศาลในขณะที่ภาค เกษตรประกบประสบกับปัญหาความขาดแคลนที่ ดินทำกินอย่างแสนสาหัสเป็นปัญหาที่รุนแรง ส่งผลกระทบต่อความยากจนความเหลื่อมล้ำและ
หนี้ครัวเรือนเป็นอย่าง มากจากการสำรวจนะครับพื้นที่เกษตรกรรม ทั้งหมด 149 ล้านไร่เพราะว่ามีเกษตรกรมี ที่ดินทำกินเพียงแค่ 72.3 ล้านไร่หรือแค่ 48.2 เท่านั้นท่านประธานครับแสดงว่ามี เกษตรกรมากกว่าครึ่งนึงครับที่ไม่มีที่ ดินเป็นของทำที่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ต้องเช่าที่ดินทำกินและค่าเช่าทำนาครับ ค่าเช่าที่ดินเนี่ยร้อยละ 40 เนี่ยเป็น ต้นทุนของทั้งหมดเลยทีเดียวนี่ยังไม่นับ ค่าเมล็ดพันธุ์ค่าปุ๋ยค่ายาค่าแมลงอีกนะ ครับตราบใดก็ตามครับที่เกษตรกรไม่มีที่ ดินทำกินเป็นของตัวเองเนี่ยแล้วเราจะส่ง เสริมให้เกษตรกรลงทุน Smart Farmer ได้
ยังไงครับเขาต้องลงทุนด้านเครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์การเชื่อมต่อระบบ อินเตอร์เน็ตเาจะลงทุนไปทำไมฮะในเมื่อที่ ดินมันไม่ใช่ของเขาเราจะไปส่งเสริมให้ เกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์ต้องลงทุนเติมศาล อินทรีย์ลงในดินต้องพักหน้าดินเจะลงทุนไป ทำไมครับเพราะที่ดินไม่ใช่ของเขาแหล่งจูง ใจก็ไม่มีจะไปกู้ธนาคารที่ไหนก็ไม่ได้สุด ท้ายเกษตรกรก็ต้องทำเกษตรกรแบบดั้งทำ เกษตรกรรมแบบดั้งเดิมรู้ตัวอีกทีก็แก่ แล้วก็ตายจากไปที่ผ่านมาครับรัฐบาลของนาย เศรษฐานะครับก็พยายามครับที่จะเอาที่ดิน ของกองทัพมาให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ตั้ง ชื่อใหม่ซะสวยหรูครับว่าโครงการธนารัก
เอื้อราชหรือชื่อแบบชิกๆคูๆว่าหนองวัวซอ โมเดลแต่แท้ที่จริงครับท่านประธานครับไม่ ได้เป็นโครงการใหม่อะไรเลยครับท่านประธาน เป็นโครงการที่ทำอยู่แล้วมาตั้งแต่ปี 2547 ในชื่อที่เรียกว่าโครงการรัฐเอื้อ ราชต่อมาปี 62 ครับเปลี่ยนชื่อมาเป็นอะไร รู้มยท่านประธานเปลี่ยนชื่อมาเป็นโครงการ ธนารักษ์ ประชารัฐโดยรูปแบบของโครงการเหมือนเดิม ครับคือเอาที่ที่ประชาชนชนลุกล้ำมาให้ ประชาชนเช่าโดยประชาชนต้องยอมสละสิทธิ์ การโต้แย้งในกรรมสิทธิ์นี่เรื่องใหม่ฮะ นี่ลุงตู่อยู่ต่อชัดๆแต่ปัญหาในเรื่องที่ ดินทำกินปัญหาที่แท้จริงคืออะไรครับคือ ประชาชนเขามีข้อพิพาทกับรัฐครับท่านโดย
ประชาชนยืนยันว่าตนได้ครอบครองที่ดินมา ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายก่อนที่จะมีกฎหมาย ต่างๆด้วยซ้ำไม่ว่าเป็นพรบว่าด้วยการหวง ห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าพรบป่าไม้พรบ ให้ใช้ประมูลกฎหมายที่ดินพรบอุทยานแห่ง ชาติพรบป่าสงวนแห่งชาติแทนที่รัฐบาลนี้จะ จัดลำดับความสำสำคัญเร่งพิสูจน์สิทธิ์ให้ กับประชาชนเร่งปรับปรุงแผนที่ในอัตรา 1 ต 4,000 หรือที่เรียกว่า One Map กับเอา เอกลับเอาโครงการเก่าของพลเอกประยุทธ์มา ปัดฝุ่นเปลี่ยนชื่อแล้วบีบให้ประชาชนยอม จำนนยอมเช่าที่ดินที่เขาเชื่อว่าเป็นของ ตน เองผมยืนยันครับว่าถ้ารัฐบาลนี้คิดที่จะ แก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินอย่างจริงจังจะ
ต้องจัดสรรงบประมาณเร่งรัดกระบวนการ พิสูจน์สิทธิ์ไม่ใช่หลอกให้ประชาชนมาสละ สิทธิ์การโต้แย้งกรรมสิทธิ์และเช่าที่ดิน ของตัวเองแบบ นี้และสิ่งที่รัฐบาลนี้ควรทำก็คือการเอา ที่ดินที่เกินจำเป็นของกองทัพส่งคืนให้ กับรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรให้ กับท้องถิ่นส่วนนึงเอามาจัดสร้างสาอุโภ ที่จำเป็นต่างๆไม่ว่าจะเป็นหล่งเบแหล่ง กับกักเก็บน้ำถนนหนทางไฟฟ้าประปาเพื่อให้ พื้นที่ที่เขาเป็นชุมชนได้เข้าถึง สาธารณูปโภคที่จำเป็นและเมื่อชุมชนเข้า ถึงสาธารณูปโภคความเจริญการพัฒนาเศรษฐกิจ ชุมชนและคุณภาพชีวิตที่ดีก็จะเกิดขึ้นตาม มาเองโดย
อัตโนมัติเรื่องที่ 4 ครับเรื่องงบประมาณ ของแต่ละเหล่าทัพเป็นเรื่องที่ไม่พูดไม่ ได้ครับปัจจุบันครับสถานการณ์ความมั่นคง ก็เปลี่ยนแปลงไปปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ของ ประเทศมหาอำนาจก็เปลี่ยนแปลงไปครับแต่งบ ประมาณที่จัดสรรให้กับกองทัพบกทัพเรือและ ทัพอากาศที่ผ่านมาครับเอาแค่ 5 ปีย้อน หลังครับกองทัพบกได้ประมาณสักปีนึงประมาณ 100 แสนล้านครับกองทัพเรือกองทัพอากาศ ได้พอๆกันประมาณสัก 40,000 ล้านอัตราส่วน งบประมาณของกองทัพบกกองทัพเรือและกองทัพ อากาศคงที่อยู่ในอัตราส่วน 2 ต1ต 1 มาโดย ตลอดสะท้อนว่าอะไรฮะกองทัพใช้วิธีการจัด งบประมาณแบบโควต้า 21 ไม่ได้มีการปรับ
เปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการให้สอดคล้อง กับภัยคุกคามและบริบทความมั่นคงในรูปแบบ ใหม่เลยถ้าสัดส่วนงบประมาณยังคงเหมือน เดิมในขณะที่บริบทความมั่นคงของโลก เปลี่ยนแปลงไปแล้วกองทัพยังคงปฏิบัติหน้า ที่เหมือนเดิมแล้วแล้วประเทศจะดำรงรักษา ความมั่นคงเอาไว้ได้อย่างไรงบประมาณแบบ นี้จะไม่ให้ประชาชนคิดได้เหรอครับว่าเป็น การจัดโควต้างบเพื่อฟาดเงินทอนพอพูดถึง สมุดปกข่าวครับท่านประธานครับสมุดปกขาว คือแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากองทัพให้มีความ พร้อมในการับรับมือกับภัยคุกคามและความ มั่นคงในรูปแบบใหม่กองทัพเรือก็มีสมุดปก ขาวเป็นของตัวเองกองทัพอากาศก็เพิ่งจัดทำ
สมุดปกขาวฉบับล่าสุดก็ทำของตัวเองแม้ว่า เป็นสมุดปกขาวที่ละเอียดและน่าชื่นชมที่ มีการเปิดเผยต่อสาธารณะก็ตามกองทัพบกนะฮะ ก็ร่ำๆว่าเดี๋ยวจะจัดทำร่างสุตปกขาวเป็น ของตัวเองอีกนะครับในห้วงเดือนเมษายนนี้ แต่การจัดทำสมุดปกเขาซึ่งเป็นแผน ยุทธศาสตร์ในการพัฒนากองทัพมันควรจะต่าง คนต่างทำแบบนี้แรอ ครับโดยหลักการแล้วทุกเหล่าทัพควรประชุม หารือร่วมกันแล้วจัดทำเป็นสมุดปกเขาเล่ม เดียวกันมันไม่ถูกมันไม่เหมาะสมกว่าเหรอ ครับแล้วทีนี้ก็จะได้จัดงบประมาณตามสมุด ปกขาวรวมของทุกเหล่าทัพจะได้ยกเลิกระบบงบ ประมาณแบบโควต้า 211 ซัก ทีสำหรับการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของแต่
ละราทัพที่ผ่านมา ครับ คณะกรรมการ eec ครับได้กำหนดให้ อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศเป็นหนึ่งใน อุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษอยู่ในลำดับที่ 11 จาก 12 กลุ่มอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้วยนะครับอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ด้วยนะครับและ อยู่ในนโยบายของกระทรวงกลาโหมด้วยมีการ ขายฝันครับว่าจะมีการยกเว้นภาษีเงินได้ นิติบุคคล 8 8 ปีขายฝันว่าจะยกเว้นภาษี ขาเข้าเครื่องจักขายกเว้นภาษีการนำเข้า วัตถุดิบมาใช้เพื่อการผลิผลิตเพื่อการส่ง ออกแต่ในทางปฏิบัติครับไม่ได้เป็นอย่าง นั้นเลยครับท่าน ประธานการจัดซื้ออาวุธเป็นจำนวนมากโดย
เฉพาะของกองทัพบกครับจัดซื้อจากบริษัท โบรกเกอร์ที่สมอ้างตัวเองเป็น SME แล้ว ใช้ช่องว่างทางกฎหมายให้ตนเองได้แต้มต่อ ในการประมูลจากนั้นก็ล็อบบี้นะครับ เคลียร์เงินทอนเอาอาวุธจากต่างประเทศมา ขายให้กับกองทัพดื้อๆสุดท้ายพอมีปัญหา อาวุธที่ซื้อไว้ก็ต้องจอดซ่อมปลูก สาระแหน่หลายรายการต้องรออะไหล่นานแรมปี นี่แหละครับความพร้อมรบนี่แหละครับการ ดำรงสภาพเพื่อความมั่นคงของประเทศผมจึง ต้องตั้งคำถามว่าทำไมไม่ซื้ออาวุธจากผู้ ประกอบการภายในประเทศที่เขามีโรงงานเป็น ของตัวเองเป็นหลักเป็นแหล่งมีอะไหล่สำรอง มีวิศวกรเอาไว้ซ่อมบำรุงพร้อมศัพท์ได้รับ
มาตรฐานสากลมีประวัติการส่งออกไปยังหลาย ประเทศทั่วโลกโบกเกอร์เหล่านี้ครับที่ทำ ตัวเป็นตัวกลางแค่ซื้อมาขายไปเคียงธร เนี่ยพอมีปัญหาก็ปิดบริษัททิ้งบริษัทแบบ นี้ยังมีความได้เปรียบมากกว่าโรงงานผู้ ผลิตในประเทศไทยอีกนะครับโบรกเกอร์ที่ ซื้อรถถังมาเป็นคันซื้อเรือมาเป็นลำซื้อ มาแล้วก็ขายไปเนี่ยกลับได้รับการยกเว้น ภาษีนะครับท่านประธานแต่โรงงานผู้ผลิต อาวุธมีการจ้างงานภายในประเทศมีการจัด ซื้อจัดจ้างวัตถุดิบภายในประเทศเนี่ยมี การพัฒนา suly Chin ภายในประเทศเนี่ยพอ จะนำเข้าวัตถุดิบมาผลิตนำเข้าอะไหล่มา ประกอบกลับต้องเสียภาษีสูงถึง 10 -30%
นี่แหละครับการส่งเสริมอุตสาหกรรมการป้อง กันประเทศมาดูที่ T นี่ยิ่งตลกครับท่าน ประธานดูผิวเผินเหมือนกับว่าจะดูสมเหตุสม ผลหลายทเขียนอย่างนี้ครับอาวุธที่จะเสนอ ขายต้องเคยใช้ประจำการในในประเทศผู้ผลิต มาก่อนผมก็ถามท่านประธานครับว่าในเมื่อ ผู้ประกอบการที่เป็นคนไทยเนี่ยเขาผลิตขาย ให้กับ Un ขายให้กับหลายประเทศแต่กองทัพ ไทยไม่เคยซื้อของเขาเนี่ยแล้วโรงงานเขาก็ ตั้งอยู่ในประเทศไทยเนี่ยเขาจะขายให้กับ กองทัพได้ยังไงฮะแล้วบางทีอก็ระบุว่าผู้ ที่จะเสนอขายต้องเป็นบริษัทที่เคยผลิตมา ก่อนแสดงว่าอะไรฮะตราบใดก็ตามที่บริษัทคน ไทยไม่เคยผลิตอะไรมาก่อนก็จะไม่มีทางขาย
ให้กับกองทัพได้ใช่ไหทำไมไม่เขียนทเปิด เอาไว้่ะครับว่าในกรณีที่ไม่เคยผลิตต้อง มีวิศวกรที่มีประสบการณ์ในการผลิตมาควบ คุมกำกับการผลิตแทน ถ้าเขียน T ที่ระบุว่าถ้าไม่เคยผลิตมา ก่อนก็ไม่ต้องขายกองทัพจะไม่ซื้อ T แบบ นี้เป็น T ที่ฉุดล้างการพัฒนาของประเทศ ชัดๆไม่เคยทำก็ไม่ต้องคิดที่จะทำไม่ต้อง คิดที่จะขายไม่ต้องคิดที่จะพัฒนากองทัพ ไม่ ซื้อเรื่องที่ 5 สุดท้ายครับคือเรื่อง นโยบายชดเชยหรือ offset policy ที่ผมคิดว่าควรจะพอได้แล้วครับ กับการเอาเงินภาษีของประชาชนไปแลกอาวุธมา ดื้อๆแต่รัฐบาลต้องมีข้อแลกเปลี่ยนหรือ การชดเชยผล
ประโยชน์ที่เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจปาก ท้องของประชาชนไม่ว่าจะเป็นการชำระเงิน ส่วนนึงเป็นสินค้าการลงทุนทางตรงจากต่าง ประเทศการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตร่วมการ วิจัยร่วมการให้ความยืดหยุ่นในการดัดแปลง อัปเกรดซอฟต์แวร์ต่างๆดูมาเลเซียครับซื้อ เรือดำน้ำจากฝรั่งเศสก็มีข้อตกลงร่วมทุน ระหว่างบริษัทในมาบริษัทในมาเลเซียและบริ ผู้ผลิตในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและผลิต อะไหล่เรือสิงคโปร์ครับซื้อเรือดำน้ำจาก เยอรมันครับก็มีข้อตกลงร่วมทุนระหว่าง บริษัทเยอรมันกับบริษัทสิงคโปร์ในการ พัฒนาระบบอำนวยการในสนามรบที่ออกแบบมา เพื่อกองทัพเรือสิงคโปร์โดยเฉพาะ
อินโดนีเซียครับซื้อเรือดำน้ำจากเกาหลี ใต้ 3 ลำครับ 2 ลำแรกต่อที่เกาหลีใต้ขน เอาวิศวกรและช่างไปฝึกฝนและลำที่ 3 ต่อ ที่อินโดนีเซียโดยวิศวกรและช่างของ อินโดนีเซียทั้งทั้งทั้งหมดกลับมาหวนคิด ถึงเรือฟรีเกตครับวงเงิน 17,000 ล้านที่ กองทัพเรือขอจัดซื้อในปีงบประมาณ 67 และ ถูกตัดงบทิ้งอย่างไม่มีเยื่อใยทั้งๆที่ กองทัพเรือนำข้อมูลอย่างละเอียดมาชี้แจง ให้กับคณุคณะอนุกรรมาธิการทราบก็ยังถูก ตัดงบมีเพียงอนุกรรมาธิการของก้าวไกลเท่า นั้นที่อนุมัติให้ซื้อต่อมากองทัพเรือ ยื่นอุทธรณ์ครับเอาเอกสารละเอียดที่ ละเอียดกว่าเดิมมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ
วิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณก็ยังยืนยัน ติดตัดงบเหมือนเดิมมีเพียงคณะกรรมาธิการ ในสัดส่วนก้าวไกลเท่านั้นที่คืนงบประมาณ ให้รับอุธรณ์ เรือฟรีเกตครับผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีว่า การกระทรวงกลาโหมก็คงทราบดีว่าสำคัญขนาด ไหนเพราะรบได้ทั้ง 3 มิติทั้งอากาศนะครับ พื้นน้ำและใต้น้ำ สามารถซ่อนตัวสามารถซ่อนพลางจากการตรวจ จับได้มีความเร็วสูงแล้วปัจจุบันฟรีเกต กองทัพเรือมีอยู่ 4 ลำครับจากความต้องการ 8 ลำเอา 6 ลำก็ได้และเรือรบหลวง รัตนโกสินทร์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหมไม่รู้ครับไม่ไม่รู้ไม่ได้ฮะอีก 2 ปีจะปลดระวางแล้วนั่นหมายความว่าในอีก 2
ปีเรือฟรีเกตเหลืออยู่แค่เท่าไหร่ 3 ลำจะ เพียงพอเหรอครับกับการประจำการทั้งฝั่ง อันดามันและฝั่งอ่าไทยไม่ต้องมีเรือลำไหน เข้าอู่ซ่อมบำรุงเหรอ ครับปัจจุบันนะครับถ้าเทียบจำนวนเรือรบ โดยเฉพาะฟรีเตกับเพื่อนบ้านครับไม่ว่า มาเลเซียกัมพูชาถือได้ว่ากองทัพเรือเรามี ศักยภาพที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก ครับนอกจากนี้เรือฟรีเกตยังมีความจำเป็น ในการคุ้มครองเส้นทางคมนาคมทางเรือการนำ เข้าน้ำมันประมาณ 900,000 บาเรลต่อวัน คุ้มกันเรือน้ำมันเรือสินค้าที่มีการเดิน เรือมากกว่า 15,000 เที่ยวมูลค่าสินค้า มากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนี่ยัง
ไม่นับภารกิจที่ต้องล่าตระเวนคุ้มกันแท่น ขุดเจาะน้ำมันกว่า 400 แท่น อีกราคาของเรือฟรีเตปกติท่านประธานจะรู้ ว่าผมไม่ได้เชียร์อะไร นะ 2567 วงเงิน 17,000 ล้านเมื่อเปรียบ เทียบกับเรือลบหลวงภูมิพลที่ลงนามเมื่อ 11 ปีก่อนในปี 2556 ราคาตอนนั้น คุณูปการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรือฟีเดลำ นี้คืออะไรฮะคือเป็นการต่อเรือลบขนาด ระวาง 3,900 ตันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ชาติไทยย้ำว่านี่คือครั้งแรกใน ประวัติศาสตร์ชาติไทยจะได้รับการถ่ายทอด เทคโนโลีการต่อเรือและระบบติดตั้งภายใน เรือให้กับอุตสาหกรรมการต่อเรือของประเทศ เกิดการจ้างงานในประเทศมากกว่า 1.2 ล้าน
ชั่วโมงมีการจัดซื้อวัดวัสดุภายในประเทศ หลายพันล้านบาทแตกต่างจากการซื้อเรือดำ น้ำที่เอาเงินไปแลกมาดื้อๆโดยที่ไม่มี เงื่อนไขการชดเชยทางเศรษฐกิจแต่อย่าง ใดและถ้าเราสามารถต่อเรือรบเราวาง 3,900 ตันได้แล้วลำแรกต่อได้ลำที่ 2 ต่อเราก็ ต่อได้ลำที่ 3 ถ้าจำเป็นเราก็ต่อเองได้ลำ ที่ 4 56 เราอาจจะต่อขายต่อส่งออกก็ได้ กองทัพเรือเขาขนาดยอมแล้วว่าเงินผูกพัน ก้อนแรกจาก 1,700 ล้านเหลือแค่ 850 ล้าน ล้านก็ได้แต่ดูน้ำำอิ๊วของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกะลาโหมิครับท่าน ประธานไม่คำนึงถึงอุตสาหกรรมการต่อเรือ ไม่คำนึงถึงคุณูปการที่จะต่อเรือลำนี้ใน
ประเทศเกิดการจ้างงานเท่าไหร่ 850 ล้านไป ตัดจากอย่างอื่นก็ได้ตัดจากงบกลางท่าน นายกก็ได้ไม่ ทำการตัดงบประมาณเรือฟรีเกตลำนี้จึงเป็น การตัดโอกาสการพัฒนาของประเทศตัดโอกาสใน การพัฒนาด้านวิศวกรรมการต่อเรือของคนไทยย และกว่างบประมาณก้อนนี้จะเข้ามาใหม่ได้ผม ตามมติครมเมื่อวานก็ยังไม่พบเป็นไปได้ว่า ปี 68 ก็อาจจะไม่ทันเข้าอีกทีก็ปี 69 เพราะอะไรรู้มครับท่านประธานรายการการก่อ หนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณที่มีวงเงินตั้ง แต่พันล้านขึ้นไปต้องผ่านหลายขั้นตอนครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องเห็นชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ต้องเห็น
ชอบผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเลขา สภาพัฒเลขาธิการ eec ผู้ว่าการตรวจเงิน แผ่นดินก็ต้องเห็นชอบซึ่งดูแล้วเนี่ยไม่ น่าจะทันในปีงบประมาณปี 68 เดี๋ยวผมรอคำ ตอบผมก็หวังว่าจะทันรอคำตอบจากท่านสุทิน รอคำตอบจากท่านนายกแต่เมื่อวานผมดูมติครม ไม่มีเรื่อง นี้แสดงว่าประเทศไทยต้องสูญเสียโอกาสจาก การต่อเรือขนาด 3,900 ตันระวัง 3,900 ตัน ไปถึง 2 ปีงบประมาณมีอู่ต่อเรือที่ไหน ครับที่เขาจะเตรียมคนนเตรียมเครื่องจักร เตรียมพื้นที่ทิ้งไว้เฉยๆ 2 ปีการพัพัฒนา อุตสาหกรรมการต่อเรืออุตสาหกรรมการป้อง กันประเทศจำเป็นต้องมีการผลิตอย่างต่อ เนื่องการจ้างงานและการพัฒนา suly Chin
และอุตสาหกรรมต่อเนื่องเ่าอื่นๆจะได้เกิด ได้ครับไม่ใช่ผลิตไปหยุดไปเอาแน่เอานอน ไม่ได้แบบนี้นี่แหละครับการส่งเสริม อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศเรื่องนี้นาย สุทินในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะไม่รู้ไม่ได้ครับเพราะอะไรรู้มั้ยหลัง จากที่กองทัพเรือมานำเสนอรายละเอียดเรือ ฟรีเกตต่อคณะกรรมาธิการการทหารที่วิโรธคน เนี้ยเป็นประธานอยู่เนี่ยเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์พอผมได้ข้อมูลครบถ้วนคณะ กรรมาธิการการทหารทุกคนทั้งพรรคเพื่อไทย ด้วยก็มีความเห็นตรงกันว่าเรือฟรีเกดลำ นี้เป็นคุุเป็นคุณูปการอย่างใหญ่หลวงของ ประเทศผมในฐานะประธานกรรมาธิการทหารเร่ง
ทำหนังสือส่งรายละเอียดถึงคุณูปการว่า เป็นการต่อเรือในประเทศเนี่ยให้นายสุทิน ทราบอย่างเร่งด่วนไม่ได้ส่งตามช่องทาง ปกตินะเซ็นแก๊กให้เจ้าหน้าที่ขับรถเอาไป ให้ที่กระทรวงกลาโหมด้วยมือของเจ้าหน้า ที่เองในวันที่ 1 มีนาคมแล้วนายสุทินใส่ ใจมั้ยก็เปล่านี่แหละน้ำอิ๊วของรัฐมนตรี ว่าการกระทรวง กลาโหมผมอยากให้ท่านประธานได้ฟังท่อนนึง ฮะที่นายสุทินแถลงในงานสัมมนาหัวข้อทิศ ทางอุตสาหกรรมเพื่อความมั่นคงเวหาพระสุธา มหานาทีเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่าน มาวันนั้นผมอยู่เลยผมฟังยังตกกระใจและ สิ้นหวังนะเกี่ยวกับการผลักดันนโยบายส่ง
เสริมการจัดซื้ออาวุธยุทโกรภายในประเทศ เรามาดูครับฟังแล้วจะเจอความสิ้นหวังร่วม กันขอคลิปเลยครับ 1 นาทีประชุมกประชุมสภากลาโหมครั้งล่าสุด ล่าสุดวันที่ 10 5 ที่แล้วหรือยังไงที่ กองทัพ 6 ผมก็มอบนโยบายไปแล้ว ว่านโยบายงบประมาณที่ได้ปีนี้เนี่ยงบ ประมาณที่ได้ปีนี้ปี 67 ผมขอ 1 อ่ะขอนะ ถ้าหมวดใดหรือรายการใดที่สามารถซื้อภายใน ประเทศได้ขอให้ซื้ออ่ะขอให้ซื้อนั่นอัน ที่ 1 2 แม้ซื้อไม่ได้ทั้งชุดขอให้ท่าน มีขออีกแล้วเอ T หรือมีเงื่อนไขว่าให้ ซื้อชิ้นส่วนที่ผลิตใน ประเทศหรือ 3 คุณกำหนดเลยคุณต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้กับเราด้วยอันนี้ผมมอบนโยบายไปกับทุก
เหล่าทัพว่าปีนี้ขอให้ดำเนินการนี้ขอข่าง ที่ 4 แล้วท่านประธานที่เคารพครับแทนที่นาย สุทินในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกาหเป็น เสนาบดีผู้บังคับบัญชาสูงสุดจะพูดว่าสั่ง การกองทัพผมขออีกไม่เกิน 1 นาทีครับจะ สั่งการกองทัพกลับพูดว่าจะขอกองทัพอย่าง นี้ไม่สิ้นหวัง่ะครับท่านประธานครับใน เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังไม่ กล้าสั่งการเชิงนโยบายต้องมาขอร้องกองทัพ ให้ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ของประเทศอย่างนี้ผมยืนยันได้เลยว่าตราบ ใดที่นายสุทินคลังแสงยังคงเป็นรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกะลาโหมอยู่อนาคตของธุรกิจ หรืออุตสาหกรรมการป้องกันประเทศมีแต่มืด
มนตก็ขออยู่วันทางค่ำแล้วเขให้ท่านหรือ เปล่าท่านไปดูงบ 67 ไปดู TR เให้ท่านหรือ เปล่าเขให้ราคาท่านหรือ เปล่าทั้ง 5 เรื่องที่ผมได้อภิปรายในวัน นี้ สะท้อนว่าเปลี่ยนการเปลี่ยนรูปแบบการเกฑ์ ทหารเป็นแบบสมัครใจการลดจำนวนนายพลการส่ง เสริมอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศตลอดจน การเอาพื้นที่กองทัพมาใช้ประโยชน์เพื่อ ประชาชนรัฐบาลนี้ไม่ได้ทำอะไรใหม่เลยนี่ ไม่ใช่การคิดใหม่ทำเป็นแต่เป็นการทำแล้ว ทำอยู่ทำต่อของพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา และถ้านายสุทินและนายเศรษฐายังคงฝืนทำแบบ นี้ต่อไปก็จะยิ่งทำให้ประชาชนที่ถูกหลอก รู้สึกไม่ไว้วางใจกองทัพและไม่เป็นผลดี
ต่อการจัดสรรงบประมาณตลอดจนการขับเคลื่อน นโยบายด้านความมั่นคงของ ประเทศประเทศเต้องการการไปรูปกองทัพณวัน นี้ผมถามท่านสุทินผ่านท่านประธานว่ากล้า ไปมองหน้าทหารเรือที่เขาเอาหลักเเอาราย ละเอียดมาชี้แจงงวดแรกขอ 850 เขาก็ยอม เพื่อให้เกิดคุณูปการการต่อเรือฟรีเกตใน ประเทศไทยกล้าเดินไปที่กองบัญชาการกองทัพ เรือหรือเปล่ากล้ามองหน้าลูกประดูหรือ เปล่าผมถามนายสุทินประเทศต้องการการเป็น รูปกองทัพผมยืนยันตรงนี้พอกันทีครับกับ การเล่นละครที่ตั้งชื่อซีรียส์ว่าการ พัฒนาร่วมกันละครแบบนี้ครับหวังให้ได้มา ซึ่งคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งไม่ได้อีก
แล้วประชาชนเกินข้าวครับเเลิกกินช็อกมิต แล้วครับขอบคุณครับท่านประธานขอขอบคุณ สำหรับการรับชมอย่าลืมกดไลกดติดตามและกด แจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดข่าวสารของเรานะ ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *