งบประมาณที่มีการบริหารความเสี่ยงและงบ ประมาณที่มีความสมดุลระหว่างการกระตุ้น เศรษฐกิจและความเป็นดีอยู่ดีของพี่น้อง ประชาชนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับปี 2568 ในขณะเดียวกันครับท่านประธานปีนี้ ก็เป็นปีที่ 6 ของผมในการอภิปรายงบประมาณ ของแผ่นดิน 6 ปีอาจจะไม่ใช่เป็นเวลาที่ มากเมื่อเทียบกับเพื่อนสมาชิกหลายๆท่าน ที่อยู่มานานแต่ก็นานพอครับที่พอจะทราบ ว่าการทำงบประมาณของแผ่นดินของประเทศไม่ ว่าความท้าทายจะเปลี่ยนไปยังไงในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาจะมีโควิดหรือไม่มีโควิดจะมี เรื่องเกี่ยวกับสงครามหรือไม่มีสงครามจะ มีเรื่องเกี่ยวกับเงินเฟ้อหรือไม่มีเงิน
เฟ้อรูปร่างของงบประมาณก็จะไม่ค่อยต่าง กันมากใน 6 ปีที่ผมมีโอกาสที่จะได้มีส่วน ร่วมในการอภิปรายอภิปรายไป 5 ครั้งครับ ท่านประธานมีอยู่ปีนึงโดนเหยุดปฏิบัติ หน้าที่เลยไม่มีโอกาสได้อภิปรายงบประมาณ ปี 67 กับเพื่อนๆได้แต่ส่งกำลังใจได้แต่ ตามดูอยู่ที่บ้านคอยช่วยอยู่เบื้องหลัง เล็กๆน้อยๆสำหรับเพื่อสสสมัยแรกของพรรค ก้าวกลายที่ได้เข้ามาอภิปรายเรื่องเกี่ยว กับงบประมาณแต่มันก็พอมีข้อดีอยู่เหมือน กันครับท่านประธานผมว่างก็เลยมานั่งคิด ว่ามันมีวิธีไหนยที่จะทำให้การอภิปราย ครั้งต่อไปเรื่อยๆของผมและพรรคก้าวกลาย นั้นมันไม่เหมือนเดิมมันแตกต่างจากสิ่ง
ที่ได้เคยทำมาในตลอดช่วงเอ่อ 6 ปีที่ผ่าน มาผมทำอย่างนี้ครับท่านประธานผมไปนั่งไล่ ดูรัฐสภาประเทศอื่นครับด้วยความที่โดน หยุดปฏิบัติหน้าที่พอมีเวลาว่างไปนั่งไล่ ดูอดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์วิปปี 2019 ไปดูทั้งฝ่ายค้านทั้งนายกของอังกฤษไปดู อดีตรัฐมนตรีการคลังของสิงคโปร์ที่ตอนนี้ เป็นนายกรัฐมนตรีของเขาไปแล้วย้อนหลังไป 3-4-5 ปีในขณะเดียวกันครับไปดูวิธีการทำ งบประมาณของ oecd ที่มีการทำเกี่ยวกับงบ ประมาณในประเทศไทยมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ การทำงบประมาณการบริหารงบประมาณการ อนุมัติงบประมาณและมี Best Practice หรือมีไกด์ไลน์ดีดีๆของ oecd แน่นอนวัน
นี้ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศนั่งอยู่กับพวก เราในวันนี้ด้วยครับก็ต้องแสดงความยินดี ว่า oecd ไฟเขียวรับไทยเข้าสู่กระบวนการ เป็น สมาชิกอันนี้คือหนังสือพิมพ์ของเมื่อวาน นะครับโดยคอลัมน์หมายเหตุประเทศไทยที่เขา เขียนกันไว้ก็คือว่าขั้นตอนต่อไปจากนี้นะ ครับประเทศไทยจะเข้าสู่คณะกรรมการ oecd นั้นต้องมีการปรับปรุงมาตรฐานที่เกี่ยว ข้องกับกฎหมายนโยบายและแนวปฏิบัติให้สอด คล้องซึ่ง oecd นี่แหละครับผมก็ได้ใช้ เวลาช่วงนั้นในการศึกษาจนรู้ว่าประเทศไทย นี่ทำงานกับ oecd มาตั้ง 42 ปีแล้วไม่ได้ เพิ่งมาทำงานในช่วงปี 2 ปีที่มานทำงานกัน
มา 42 ปีและสิ่งที่เขาได้นำเสนอนั้นทำ เมื่อปี 2020 เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่ามันมี วิธีที่จะคิดนอกกรอบหรือทำยังไงให้การใช้ เวลาของสภาแห่งนี้คุ้มค่าและมี ประสิทธิภาพมากกว่าที่เคยเป็นมาในช่วง 5 ปีที่เคยได้ทำมาสิ่งที่ผมได้ตกผลึกจากการ ใช้เวลาช่วงนั้นครับสั้นๆง่ายๆเลยงบ ประมาณคืออะไรครับงบประมาณก็คือการเรียง ลำดับความสำคัญทรัพยากรมีจกะทุกประเทศมัน คือ prioritization มันคือการจัดสัมพันธ์ ระหว่างประชาชนที่จ่ายภาษีกับรัฐที่ใช้ ภาษีมีคำพูดของสื่อมวลชน 2 ท่านพูดไว้ ครับใครจ่ายใครใช้ใครเจริญใครถูกมองข้าม อันนี้นี่เป็นสิ่งที่เห็นภาพได้ชัดจริงๆ
ครับว่าสิ่งที่สำคัญนะครับจากการที่ได้ ศึกษางบประมาณของจากหลายประเทศและมีความ ประทประทับใจอยู่อย่างนึงครับก็คือของ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์เมื่อปี 2019 ครับเขาใช้คำว่า The เ be budget แปลว่าการจัดงบประมาณที่ทำให้ ประชาชนกินดีอยู่ดีไม่ใช่เป็นแค่เรื่อง ของการกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวแต่ ทำยังไงให้ประชาชนกินดีอยู่ดีด้วยเาพูด ถึงความสมดุลของการที่จะต้องกระตุ้น เศรษฐกิจกระตุ้น GDP แต่ในขณะเดียวกันมัน ต้องลดความเหลื่อมล้ำด้วยเขาพูดถึงการทำ นโยบายการทำงบประมาณที่คำนึงไม่ใช่แค่ผล ประโยชน์ระยะสั้นแต่ความเสี่ยงระยะยาวนะ
ครับไม่ได้คิดแค่การโปรยเงินจากบนลงล่าง จากล่างขึ้นบนบางทีบางครั้งอาจจะไม่ได้ เจาะจงเฉพาะจากเ Being budget อันนี้อัน เดียวนะครับแต่บางทีบางครั้งสิ่งที่ประชา ชนคนกินข้าวแกงลูกเด็กเล็กแดงต้องการอาจ จะไม่ใช่พายุเศรษฐกิจก็ได้เขาอาจจะ ต้องการลมใต้ปีกคนตัวเล็กๆที่ต้องทำงาน แบบละเอียดทำงบประมาณอย่างละเอียดทำ ยุทธศาสตร์อย่างละเอียดไม่ได้ต้องการใหญ่ ๆที่จะพาประเทศไปสู่ความเสี่ยงในระยะยาว แต่ต้องการโครงการที่ใส่ใจโครงการที่ไม่ ได้มองข้ามพวกเขาเล็กๆๆรวมกันจากล่างขึ้น บนบางทีเศรษฐกิจมันก็โตได้และลดความ เหลื่อมล้ำไปได้ด้วยเช่นเดียวกันเพราะ
ฉะนั้นผมถึงอยากใช้เวลาที่เหลือตอนนี้ ครับท่านประธานเวลาของทุกท่านในที่นี้มี ค่าโดยการใช้กรอบการอภิปรายงบประมาณปี 2568 ซึ่งประกอบไปด้วย 3 วาระและจุด ประสงค์ด้วยกันดังต่อไปนี้ครับวาระที่ 1 ผมต้องการที่จะประมวลครับต้องการที่จะ ประมวลให้ประชาชนที่อาจจะไม่ได้มีโอกาสใน การตามการอภิปรายของพวกเรามาในช่วง 3 วัน นะครับเพื่อที่จะให้เห็นภาพรวมว่าเมื่อรา รับของรัฐบวกกับการกู้ของรัฐเท่ากับราย จ่ายของรัฐอันนี้เนี่ยคือเป็นส่วนประกอบ สำคัญของงบประมาณ 3 อันที่ Simple ที่สุด ะที่เรียบง่ายที่สุดะที่ประชาชนคนจะเข้า ใจแต่ท่านประธานไม่ต้องกังวลนะครับผมไม่
ได้ต้องการที่จะพูดวนเวียนซ้ำซากในสิ่ง ที่เพื่อนๆพูดมาแล้วผมอยากจะลงลึกให้น้ำ หนักนะครับแล้วก็ต่อยอดจากที่เพื่อน สมาชิกได้อภิปรายไปแล้วในเรื่องเกี่ยวกับ แผนรายได้ของรัฐการกู้ของรัฐแล้วก็รายจใจ ในช่วงเวลานี้กับวาระนี้ผมจะขอใช้เวลาสัก ประมาณ 25 นาทีครับท่านประธานวาระที่ 2 ผมต้องการที่จะขยายผมต้องการที่จะสะท้อน ความสมดุลของการแก้ไขปัญหาโครงสร้าง เศรษฐกิจเรื่องเกี่ยวกับการเกษตรเรื่อง เกี่ยวกับการผลิตเรื่องกับการท่องเที่ยว ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วก็คือ GDP ของประเทศ ไทยและในขณะเดียวกันต้องการที่จะขยาย ประเด็นของงบประมาณของกลุ่มคนที่อาจจะถูก
ignore กลุ่มของคนที่อาจจะต้องการที่จะ มองควมองข้ามตรงนี้ไปที่เราพยายามที่จะ กระตุ้นแต่เศรษฐกิจแต่ลืมที่จะลดเรื่อง เกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำของประเทศอันนี้ ผมใช้เวลา 15 นาทีครับท่านประธานส่วนวาระ ที่ 3 เป็นเรื่องของการเสนอแนะนะครับแน่ นอนว่าการเสนอแนะเกี่ยวกับกระบวนการการทำ งบประมาณนะครับถ้าเ่อเมื่อกี้นะครับ เพื่อนสมาชิกทั้งคุณรัชนกนะครับแล้วก็คุณ ณัฐพงษ์ทั้งคู่ก็ได้พูดเรื่องเกี่ยวกับ กระบวนการไปแล้วอันนี้ถ้าเกิดรัฐบาลไม่ เชื่อผมไม่เป็นไรครับก็เชื่อ oecd ที่ ท่านกำลังจะเข้าร่วมเป็นกระบวนการที่เป็น สมาชิกนั่นแหละว่าเขาแนะนำประเทศไทยยังไง
บ้างเกี่ยวกับกระบวนการงบประมาณผมจะปิด ท้ายด้วยการสรุปด้วยการขมวดครับว่า 5 สิ่งเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องทำเกี่ยวกับงบ ประมาณแผ่นดินคืออะไรบ้างก็หวังว่าจะเป็น ประโยชน์ไม่มากกว่าน้อยสำหรับประชาชนที่ กำลังดูอยู่ตอนนี้ทั่วประเทศและกับรัฐบาล ด้วยเช่นเดียวกันสำหรับเรื่องแรกครับการ ประมวลสิ่งที่พี่น้องประชาชนที่กำลังดู อยู่ทางบ้านควรที่จะเข้าใจเกี่ยวกับงบ ประมาณก็คือง่ายๆครับมีอยู่ 3 องค์ประกอบ ก็คือรายได้ของรัฐบวกกับเงินกู้เท่ากับ รายจ่ายของรัฐรายได้ของรัฐตอนนี้ 2.
88 ล้านล้านบาทนะครับแต่มันไม่พอ สำหรับรายจ่ายครับเลยมีความจำเป็นต้องกู้ เพิ่มที่ที่ 8.6 แสนล้านบาท เมื่อเอารายได้รัฐสีเขียวบวกกับเงินกู้สี แดงก็จะทำให้รัฐบาลมีเงินพอในการจับจ่าย ใช้สอยที่ 3.75 ล้านล้านบาทนั่นเองซึ่งตรงนี้พี่ น้องประชาชนแล้วก็สื่อมวลชนก็คงได้รายงาน ภาพรวมไปให้ประชาชนได้เห็นแล้วว่าสถานะ ของงบประมาณไทยในภาพกว้างที่สุดมันเป็น ยังไงคราวนี้ผมอยากจะลงลึกปอกหัวหอมลงไป อีกชั้นนึงครับว่าในเรื่องของรายได้รัฐ เรื่องของเงินกู้แล้วก็ของรายจ่ายนั้น ส่วนประกอบเป็นอย่างไรบ้างส่วนประกอบเป็น อย่างนี้ครับรายได้ของรัฐเนี่ยแบ่งเป็น 2 ส่วนส่วนที่มาจากภาษีกับส่วนที่ไม่ใช่
เป็นภาษี tax Revenue กับ non tax Revenue ที่เป็นภาษีนั้นมาจาก 3 กรมครับ ก็คือกรมสรรพากรอันดับ 1 กรมสรรพสามิต อันดับที่ 2 กรมสุลกากรอันดับที่ 3 ที่ เหลือเป็นส่วนราชการอื่นก็ดีเป็นรัฐ พาณิชย์ก็ดีไม่ใช่เป็นภาษีแน่นอนว่าบวก กับเงินกู้ตรงนั้นก็จะลงลงมาเป็นภาพข้าง ล่างตรงนี้ครับว่าค่าใช้จ่ายจำนวนเอ่อ 3.7 ล้านล้านกว่าบาทนั้นเป็นค่าใช้จ่าย บุคลากรอยู่ 36% เป็นการชำระหนี้อยู่ 11% เป็นท้องถิ่นอยู่ 10% เป็นงบผูกพันอยู่ 7% เป็นสวัสดิการอยู่ 6% เป็น Digital wallet อยู่ 4% ที่เหลืออีก 25% หรือ 1 ใน 4 ถึงจะเป็นงบประมาณที่ใช้ในการแก้ไข
ปัญหาเอ่อเรื่องอื่นที่ไม่ได้อยู่ในภาพ ตรงนี้ได้นะครับอันนี้คือเราลงมาชั้นนึง เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าภาษีที่พวกเขา จ่ายผ่านภาษีหลายๆรูปแบบอันดับ 1 อันดับ 2 อันดับ 3 มันคืออะไรแล้วเรามีความมั่นคง หรือมีแผนเรื่องเกี่ยวกับรายได้ของรัฐมาก น้อยแค่ไหนนะ ครับซึ่งสถานการณ์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ครับตอนนี้พี่น้องประชาชนดูอย่างนี้นะ ครับถ้าเอ่อท่านได้เห็นแล้วนะครับว่า ผมใช้ ตัวนี้เป็นกรอบในการนำเสนอเป็นสรุปพว บริหารสีเขียวสีแดงสีน้ำเงินอย่างนี้นะ ครับในแต่ละสไลด์ที่ผมพูดเนี่ยข้างบนมัน จะมีเขียนอยู่นะครับว่าตอนนี้ผมพูดเรื่อง
เกี่ยวกับรายได้พูดเรื่องเกี่ยวกับเงิน กู้หรือพูดเรื่องเกี่ยวกับรายจ่ายตอนนี้ พูดเรื่องเกี่ยวกับรายได้นะครับเพื่อที่ จะให้ประชาชนได้ดูอยู่ที่บ้านได้ตามทัน รายได้ของรัฐตอนนี้มีความผันผวนและสัด ส่วนการเก็บรายได้ลดลงเมื่อเทียบกับ GDP นะครับย้อนหลังไปถึงปี 2554 จนถึงปี 25 556 สีน้ำเงินก็จะเห็นว่ามันขึ้นๆลงๆนะ ครับที่เป็นบารกราฟสีแดงที่ท่านเห็นอยู่ ตรงนี้ก็คือปี 2567 ที่เป็นการคาดการตอนนี้ผ่านมา 8 เดือนแล้วนะครับว่างบประมาณตอนนี้ที่เคย คิดไว้เมื่อสมัยก่อนพอมาจนถึงตอนนี้เนี่ย มันได้เท่าไหร่นะครับส่วนปี 68 นั้นเป็น
สีเหลืองเป็น forecast ก็คือที่รัฐบาล ตั้งใจที่จะให้เกิดขึ้นในอนาคตในภาพรวม ถ้าดูแบบนี้ใช่ไหมครับมันก็จะดูว่ามัน ขึ้นๆลงๆผันผวนแล้วมันก็ดูว่ามันกำลังจะ ขึ้นอยู่แต่อย่าลืมนะครับว่าอันนี้มัน เป็นการคาดการที่รัฐบาลคาดการณ์ขึ้นมาเอง แต่ในขณะเดียวกันครับตัวบาร์กราฟโทษครับ ตัว LINE กราฟสีแดงก็จะเห็นได้ครับว่า เปรียบเทียบนะครับจากรายได้ในการจัดเก็บ เนี่ยเอาหารด้วย GDP เนี่ยมันน้อยลง เรื่อยๆจนถึงปี 66 นะครับอยู่ที่ประมาณ 10 กว่าเปอร์เซ็นคราวนี้พี่น้องประชาชนก็อาจ จะถามผ่านมายังท่านประธานว่าเป้าหมายใน การจัดเก็บรายได้ของประเทศที่มันพัฒนา
แล้วของประเทศในกลุ่มอย่าง oecd เป็นต้น เนี่ยมันควรที่จะอยู่กี่เปอร์เซ็นต์มัน อยู่ที่ 16-18 per ครับหรือควรที่จะอยู่ ที่ 17% ในขณะที่ภาพที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เนี่ยอยู่สักประมาณ 14 -15% เพราะฉะนั้น มันก็เป็นสิ่งที่ถามไปถึงรัฐบาลที่อาจจะ ยังไม่มีโอกาสได้ชี้แจงในช่วง 3 วันที่ ผ่านมาว่าแผนรายได้นะครับแผนการจัดเก็บ รายได้ของรัฐที่มันมีความผ่านผวนมาโดย ตลอดบางทีก็เก็บไม่ได้ตามเป้าแล้วเมื่อ เทียบกับศาสวน GDP มันลดลงเรื่อยๆเนี่ย รัฐบาลมีแผนงานอย่างไรครับที่จะสามารถทำ ให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ารายได้ในอนาคตหรือ รายได้ในช่วง 1 เดือน 2 เดือนที่ผ่านมา
ที่ที่จะถึงเนี่ยสามารถที่จะเป็นรายได้ ที่จะเอามาใช้อ่าใช้จ่ายในประเทศได้โดย ที่ไม่ต้องกู้มากขึ้นต่อมา ครับข้อมูลล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่าการกัด การจัดเก็บเรื่องเกของรายได้รัฐเนี่ยมี ความเสี่ยงที่จะไม่ได้ตามเป้าครับท่าน ประธานการจัดเก็บภาษีอย่างที่ผมได้เล่า ให้ประชาชนฟังไปแล้วว่ามีอยู่ 3 กรมถูก มั้ยครับก็คือกรมสรรพากรกรมสุลกากรแล้วก็ กรมสรรพสามิตรทางอันที่อันนี้ที่เห็น เนี่ยคือประมาณการรายได้ที่เคยประมาณไว้ ประมาณ 1.
46 ล้านล้านบาทบางกรมก็จัดเก็บ ได้เยอะเกินนะครับนิดหน่อยบางกรมก็เก็บ ได้น้อยกว่าที่เ่อประมาณการไว้หรือที่คาด ไว้ไม่ได้ตามเป้านะครับหายไปอยู่ประมาณ เ่อ 40,000 กว่าล้านบาทซึ่งนั่นก็คือกรม สรรพสามิตรนะครับที่หายไปเพราะฉะนั้นเ่อ ปีในช่วงที่เรากำลังคุยอยู่นี่ 7 เดือน จาก 12 เดือนครับจัดเก็บรายได้พาดเป้าไป แล้ว 35,900 ล้านบาทนะครับซึ่งอันนี้นี่ 7 เดือนก็บังเอิญเลยครับท่าน ประธาน ข่าววันนี้เลยนะครับวันที่ 21 มิถุนายนนะ ครับภาษีรถยนต์น้ำมันยาสูบต่ำกว่าค่าฉุด รายได้ 8 เดือนของกรมสประสารมิตรใช่น เหมือนกันทำให้ตัวเลขที่ผมทำสไลด์นี้ เมื่อวานจาก 35,000 กลายเป็น 45,000 ไป
แล้วนะครับซึ่งตรงนี้นี่ต้องอธิบายให้ ประชาชนเข้าใจแล้วก็อธิบายไปทางท่าน ประธานผ่านไปยังกระทรวงการคลังด้วยว่าผม เข้าใจครับไม่ใช่เป็นเรื่องของการจัดเก็บ ภาษีของกรมสรรพสามิตรหรือกรมสุลกากรหรือเ ที่เหลือนะครับเ่อเป็นการเก็บที่มี ประสิทธิภาพหรือไม่มีประสิทธิภาพผมไม่ได้ ว่าอย่างนั้นครับเพราะเมื่อลงในราย ละเอียดแล้วเห็นเลยว่ากรมสรรประสามิตร เนี่ยการเก็บภาษีพาดเป้าเนี่ยก็มาจาก นโยบายของรัฐบาลเองที่พาดเป้า 40,000 กว่าล้าน 50,000 กว่าล้านนั้นก็เป็น เรื่องของมาตรการลดภาษีดีเซลและเบนซินนะ ครับตรงนี้ก็ทำให้พลาดเป้าไป 15% การจัด
เก็บภาษีรถยนต์ต่ำกว่าเป้าหมายตรงนี้ก็ หายไป 27 กว่าเปอร์เมาตรการส่งเสริมการ ขาย EV นะครับก็ทำให้ให้หายไปเป็นจำนวน นึงอีกเช่นเดียวกันตรงนี้มันแสดงให้เห็น ครับว่าเวลาที่รัฐบาลจะทำนโยบายอะไรจะคิด อะไรเนี่ยบางที แล้วถูกต้องมันมีความจำเป็นที่จะทำให้ ราคาดีเซลไม่สูงขึ้นมีความจำเป็นที่จะ ต้องทำให้อุตสาหกรรม EV เกิดขึ้นในประเทศ ไทยแต่ในขณะเดียวกันครับมันมีราคาที่ต้อง จ่ายของมันนั่นก็คือเรื่องของรายได้ของ รัฐที่มันหายไปตรงนี้เนี่ยมันมีหลาย เรื่องหลายวิธีที่จะต้องคิดนะครับเพราะ ว่าตอนนี้ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดวันนี้ราคา เบนซินก็ขึ้นอีก 40 สตางค์ราคาดีเซลเท่า
เดิมนะครับแล้วในขณะเดียวกันภาคขนส่งที่ ได้รับผลกระทบก็ออกมาบอกแล้วว่ามีอาจจะมี ความจำเป็นต้องขึ้นค่าขนส่งค่าขนส่งอยู่ มากพอสมควรในช่วงวัน 2 วันที่จะถึงนี้ เพราะฉะนั้นตรรงนี้ก็อยากจะฟังจากทาง กระทรวงการคลังครับว่ามีมาตรการอะไรให้ ประชาชนเชื่อมั่นมีมาตรการอะไรที่ให้ ประชาชนเชื่อใจว่าในเรื่องของแผนรายได้ ของรัฐนั้นได้คำนวณไว้แล้วว่าจะไม่เ่อต่ำ กว่าเป้าเมื่อมันครบ 12 เดือนหรือแม้ กระทั่งของปี 68 อะไรจะทำให้เรามั่นใจได้ ว่าอ่าประเทศไทยนั้นจะสามารถจัดหารายได้ เข้าประเทศเพียงพอทำให้เราไม่ต้องกู้ เพิ่มเพื่อให้มันไปอยู่ไปไปสู่รายจ่ายที่
มันมีอยู่ตอนนี้สิ่งที่อยากจะเห็นจาก รัฐบาลชุดนี้ครับก็คือแผนรายได้ประเทศมัน คือการปฏิรูปภาษีอยากจะฟังสักนิดครับว่า จะทำอย่างไรกับการกับภาษีของของเ่อประเทศ ไทยไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแนวดิ่งหรือ ว่าแนวราบจะขยายฐานภาษีอย่างไรและจะขยาย ฐานเศรษฐกิจยังไงที่ทำให้คนตัวเล็กไม่ ลำบากมากเกินไปในเรื่องของภาษีแนวดิ่ง ครับก็เขียนไว้ชัดเจนครับมันเป็นเอ่อภาษี มูลค่าเพิ่มที่ทำให้คนตัวเล็กลำบากมาก ขึ้นเพราะว่า 33% ของรายได้ของประเทศไทย นั้นเป็นภาษีที่เป็นภาษีมาจากภาษีแวตนะ ครับภาษีแวตเนี่ยมันเป็นภาษีถดถอยครับที่ ที่อาจจะซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำแม้คนรวยจะ
จ่ายแวตในจำนวนเงินที่มากกว่าคนจนเพราะ บริโภคมากกว่าแต่หากคิดตามสัดส่วนรายได้ จะเห็นว่าในการบริโภคสินค้าชนิดเดียวกัน คนจนจ่ายแวตในสัดส่วนต่อรายได้ที่มากกว่า คนรวยถ้าข้าวสาร 5 กล 200 บาทในสมัยก่อน นะครับแวตมัน 14 บาทแต่ถ้าเกิดคนจนรายได้ 7,500 คุณเอา 14 าร 7,500 กับคนรวยราย ได้สัก 85,000 หารกันเนี่ยเปอร์เซ็นต์มัน ตต่ากันเยอะเพราะฉะนั้นรัฐบาลมีแผนยังไง ครับที่จะหารายได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพา ภาษีที่มาจากการบริโภคมากเกินไปทำยังไง ครับที่ให้ไม่ต้องใช้ภาษีแบตในการที่จะ เป็นรายได้ในการที่จะเอามาใช้จ่ายต่อไปใน อนาคตต่อมาในแนวราบตอนนี้นี่ข้อมูลบอกผม
บอกว่า 75 76% ของเอ่อธุรกิจอยู่นอกระบบ ภาษีเงินได้ของประเทศไทยหมดอันนี้ข้อมูล ปี 62 นะครับมันทำให้แนวราบหรือฐานของระ คนที่เสียภาษีนั้นน้อยครับไม่สามารถที่จะ ขยายได้แน่นอนว่าท่านอาจจะพูดว่าก็ Digital wallet ไงคุณพิธา Digital wallet เนี่ยยิ่งทำมาแล้วก็จะทำให้เข้า ฐานภาษีแต่ผมคิดว่าคุณต้องแยกคิดครับมัน ก็คือการหาเอ่อกุศโลบายหาแรงจูงใจที่เอา คนเข้ามาภาษีโดยที่อาจจะไม่จำเป็นที่จะ ต้องทำเอ่อการกู้มาแจกหรือว่าการทำโครง การอย่าง Digital wallet ไม่ได้ตรงนี้ อยากจะฟังโดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องมี Digital wallet ว่ามีแผนยังไงครับที่จะ
เพิ่มแรงจูงใจแล้วก็ผ่อนคลายกฎระเบียบใน การยื่นภาษีทำให้แนวราบนะครับการขยายฐาน ภาษีนั้นกว้างมากขึ้นเมื่อแนวดิ่งไปแล้ว แนวลาบไปแล้วก็สู่ตรงนี้ครับว่าการสร้าง รายได้ใหม่ๆให้กับเศรษฐกิจของประเทศตรง นี้นี่ก็ต้องเอ่อพูดถึงเล็กน้อยกับ กระทรวงการคลังที่ได้พูดกับผมไว้ว่าอาจจะ เป็นเหล้าใหม่ที่พวกผมไม่เคยชิมมันก็เลย ทำให้ผมคิดถึงเหล้าเก่าที่พวกพวกเราเคย ชิมด้วยกันตอนที่ยังเป็นแฝ่ค้านด้วยกัน อยู่อันนั้นก็คือเรื่องของสุราก้าวหน้า เรื่องของเ่อภาษีสรประสามิตรนะครับที่เ่อ เราเคยโหวตแพ้ตอนที่เป็นฝ่ายค้านด้วยการ ฟอร์ดโหวตแพ้ไปแค่เ 2 คะแนนเท่านั้นแล้ว
ก็เป็นหนึ่งใน MOU ที่เราเคยคุยกันไว้ใน ตอนนั้นสมรสเท่าเทียมผ่านแล้วครับ MOU ข้อที่ 2 สุราาก้าวหน้า MOU ข้อที่ 10 สิ่งที่ท่านต้องทำไม่ได้จำเป็นที่จะต้อง รอกฎหมายสุราก้าวหน้าจากพวกผมอีกต่อไปแค่ แก้กฎกระทรวงส่งเข้ารมท่านรัฐมนตรีช่วย ทั้ง 2 คนที่นั่งอยู่ตรงนี้ก็สามารถที่จะ ทำได้ผมก็ตามข่าวครับเดือนที่แล้วท่าน สั่งให้มีการศึกษาเพิ่มอยู่นะครับแล้วก็ บอกว่าจะเอาสิ่งที่ศึกษาในกรรมาธิการเข้า ไปสู่ร่วมด้วยแต่ผมเชื่อว่าเราไม่จำเป็น ต้องรอนานมากเพราะว่าศึกษากันมาก็เยอะ แล้วนะครับแล้วก็สามารถที่จะทำได้เลยแล้ว ก็เป็นการเพิ่มภาษีสรรพสามิตรใหม่ๆเข้า
กับประเทศแค่สะเอียบที่จังหวัดแพร่เดียว ก็ 500 ล้านแล้วครับนี่แค่อำเภอเดียวและ ที่เหลือทั่วประเทศไทยถ้าทำได้มันเปลี่ยน มูลค่าจากโภคภัณฑ์ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ เนี่ยการแก้ปัญหาการเกษตรเนี่ยมันจะทำให้ ภาษีเข้ามาเยอะมากขึ้นขนาดไหนซึ่งผมมั่น ใจครับว่าท่านคงจะใช้เวลาไม่นานมากนักใน การที่จะเอ่อทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ได้นะครับถ้าท่านคิดว่าความคิดมันเปลี่ยน ไปแล้วผมมีคำพูดคำนึงที่ผมประทับใจครับมา จากเว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทยท่านเขียน เรื่องเกี่ยวกับสุราก้าวหน้าไว้ว่าคุณคิด ว่าจะมีประชาชนที่ไหนยอมเข้าคิวเสียภาษี ล่วกหน้าง่ายนิดเดียวเอาเหล้าต้มใต้ดินมา
ต้มบนดินแล้วประชาชนจะเข้าคิวเพื่อซื้อ แสตมป์สรรพสามิตรมาปิดปากขวดเหล้าเพื่อ ขายคุณเข้าใจความยิ่งใหญ่นี้มยถ้าท่านไม่ เชื่อหรือคิดว่าไม่อยากจะทำตามในสิ่งที่ ผมพูดไปอย่างน้อยผมคิดว่าทำตามสิ่งที่ เว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทยเคยทำไว้ก็น่าจะ เป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยกับพี่น้องประชา ชนนอกจากนั้นก็ยังมีภาษีอีกหลายรูปแบบ ครับมีเ tax มีภาษีมรดกมีภาษีลาบลอยมี ภาษีที่ดินมีภาษีแพลตฟอร์มที่ทางรัฐบาล แล้วก็ทางนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดไปแล้วหลาย ครั้งว่าจะมีการปฏิรูปเร็วๆนี้นะครับ ประชาชนก็คงอยากจะฟังเพราะว่าผมเองก็หวัง ว่าจะได้ฟังในสภาแห่งนี้ครับแต่ว่ามันยัง
ไม่มีมีสิ่งที่เกิดขึ้นนะครับเรื่องของ ภาษีบาปเรื่องเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทาง ภาษีที่อาจจะไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบันก็คืออย่างเช่น B oi ที่สส ณัฐพงษ์ได้พูดเอาไว้ว่าต่อไปนี้มันมี Global minimum tax ที่ 15% ไม่สามารถ ที่จะเอาภาษีเ่าที่จะเป็นสิทธิประโยชน์ใน การที่จะให้คนอื่นมาลงทุนในประเทศไทยก็ ต้องคิดถึงเรื่องอื่นตรงนี้นี่ก็น่าจะ เป็นแผนรายได้ประเทศที่ผมทำเป็นตุ๊กตาให้ ท่านดูก็คิดว่าน่าจะมีโอกาสได้พูดคุยแลก เปลี่ยนกันอีกหลายครั้งแต่ว่าอยากจะได้ ยินการชี้แจงครับว่าแผนรายได้ที่จะทำให้ เพียงพอกับรายจ่ายโดยที่ไม่ต้องกู้เพิ่ม
นั้นทำอย่างไรเมื่อกี้เป็นทั้งหมดเป็น เรื่องรายได้นะครับตอนนี้เป็นเรื่อง เกี่ยวกับการกู้นะครับเมื่อรายได้ไม่พอ รายจ่ายรัฐก็จึงจำเป็นต้องกู้เพิ่มซึ่งก็ เสมือนกับการนำเงินจากอนาคตมาใช้แล้วก็มี ราคาที่ต้องจ่ายก็ควรที่จะมีความรอบคอบ แล้วก็คิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนกู้ตรงนี้ เนี่ยจะกู้ 800,000 กว่าล้านเนี่ยประชาชน ยังไม่ค่อยเข้าใจหรอกครับว่าตกลงต้องคืน เมื่อไหร่ใครเป็นคนคืนจะมีดอกเบี้ยอยู่ ประมาณเท่าไหร่อันนี้นี่คือพี่น้องประชา ชนถามผมเข้ามาว่าช่วยอธิบายให้ฟังหน่อย ว่าไอ้ที่จะกู้เพิ่มเนี่ยมันคืออะไรยังไง บ้างสิ่งที่ประชาชนควรจะเข้าใจครับสามารถ
ที่จะคาดการณ์การชำระดอกเบี้ยจากเงินกู้ ของรัฐ 800,000 กว่าล้านได้เนี่ยก็คือ ภาระดอกเบี้ยเนี่ยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าจาก 2.6 แสนล้านบาทมันจะกลายเป็น 4.7 แสนล้านบาทในปี 2571 เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่มีอะไรฟรีครับ มันคือการล้วงเข้าไปในกระเป๋าของประชาชน ในอนาคตเอามาใช้ตอนนี้ซึ่งตรงนี้เนี่ยมัน ก็ทำให้สัดส่วนภาระดอกเบี้ยของหนี้ สาธารณะต่อประมาณการรายได้นะครับเอาดอก เบี้ยมาหาด้วยรายได้ของรัฐเนี่ยมันก็สูง ขึ้นเรื่อยๆนะครับซึ่งก็จะอยู่ที่ประมาณ 14 15% เกิน 10% ที่หลายๆคนเคยแนะนำกัน ไว้ตรงนี้ที่ต้องการที่จะแสดงให้เห็นก็
คือเพียงแต่ให้เห็นว่าทุกอย่างมันก็มีต้น ทุนของมันไม่ได้หมายความว่าเราสามารถเอา ความเสี่ยงไปในอนาคตเพื่อที่จะให้เกิดการ กระตุ้นในระยะสั้นแต่ในขณะเดียวกันลูก หลานของเราในอนาคตนะครับลูกของหลานของ เพื่อนสมาชิกที่นี่ลูกหลานของประชาชนก็ ต้องมาเสียดอกเบี้ยเพิ่มอาจจะ 3% 4% เพราะเรายังไม่รู้ว่าจะกู้จากที่ไหนถูก มั้ยครับแต่ในขณะเดียวกันเนี่ยก็ต้องมา เสียดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นในอนาคตเช่นเดียว กันและสิ่งที่เสียไปอีกอันนึงก็คือ ความยืดหยุ่นในการทำงบประมาณครับหรือว่า budget flexibility งบประมาณและการกู้ ในครั้งนี้นะครับเป็นการเบ่งเต็มที่เลย
มันเป็นการไต่เส้นมันมีความหวาดเสียวของ กรอบงบประมาณในหลายมิติไม่ว่าจะเป็นการชน เพดาน 70% ไม่ว่าจะเป็นการกู้ปริ่มเพดาน ตามม 21 ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนภาระผูกพันงบ ประมาณข้ามปี 99% จาก 10% ไม่ว่าจะเป็น สัดส่วนการกู้ต่อ GDP ที่เกิน 3% อย่าง ที่ไม่ว่าจะเป็นหลักสากลต่างประเทศอย่าง EU ได้พูดเอาไว้อันนี้ไม่ได้ต้องการที่ จะมาเถียงกับท่านรัฐมนตรีหรือไม่ได้ ต้องการจะมาเถียงกับกระทรวงการคลังก็ตกลง เฮ้ย Dead to GDP มัน 10% มันเป็น FD หรือว่าของณัฐพงศ์เรือนยาวุธที่บอกว่าไม่ ใช่มันมีที่มองไม่เห็นอยู่ในนี้อีกถ้า เกิดคุณดูทำตามเอ่อหนี้ของสาธารณะแล้วอ่ะ
มันต้องมากกว่านี้ไม่ใช่ไม่ได้ต้องการที่ จะเถียงกับท่านในเรื่องยิบๆย่อยๆอย่าง งั้นครับแค่ต้องการให้ประชาชนเห็นว่าการ จัดงบประมาณในปีที่มันยากลำบากและมัน เสี่ยงเนี่ยมันควรที่จะทำอะไรที่มัน เสี่ยงขนาดนี้เดิมพันกับอนาคตขนาดนี้หรือ ไม่อย่างไรประชาชนตัดสินใจได้ซึ่งการกู้ นั้นมันก็คือการเสี่ยงเอาเงินอนาคตมาใช้ แต่อนาคตเนี่ยเรามั่นใจได้มากแค่ไหนครับ เรามั่นใจในน้ำบ่อหน้าที่เราต้องการผม เข้าใจว่ามีท่านรัฐมนตรีคลังน่าจะเป็น ท่านถ้าไม่ใช่ต้องขออภัยด้วยท่านบอกว่าก็ ทำแบบนี้เศรษฐกิจมันก็จะได้โตขึ้นเพราะ ฉะนั้นไม่ต้องกังวลกู้ได้กู้ได้เต็มที่
เลยแต่ในขณะเดียวกันครับเรามาดูการปรับลด ประมาณการ GDP ของปี 2568 ของหลายสำนักตามภาพเนี่ยนะครับซึ่ง ซ้ายมือสุดก็มาจากต่างประเทศตรงกลางเนี่ย มาจากหน่วยงานรัฐเองขวาสุดตรงนี้ก็เป็น ภาคเอกชนครับไม่ว่าจะเป็น IMF ไม่ว่าจะ เป็น World Bank ไม่ว่าไม่จะเป็นทปทไม่ ว่าจะเป็นสสค CIMB csb หรือแม้แต่กสิกร เองก็บอกว่าปี 2568 นั้นปรับลดลงทั้งนั้น World Bank บอกด้วยครับว่าประเทศอื่น ที่ในอยู่ในอาเซียนเนี่ยปรับขึ้นหมดยก เว้นประเทศไทยที่จะต้องปรับลงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นประชาชนก็ควรที่จะตัดสินใจ ครับว่าในการที่เราจะให้กู้เพิ่มไปใน
อนาคตเพราะเราเชื่อว่าอนาคตมันจะดีขึ้น นั้นมันจริงหรือไม่หนำซ้ำครับเรื่อง เกี่ยวกับดัชนีความเชื่อมั่นของทุกภาค ส่วนไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นหอการ ค้าไม่ว่าจะเป็นเพชรโก้ตรงนี้ก็สู้ดูไม่ ค่อยดีมากนักเท่าไหร่เพราะฉะนั้นตรงนี้ นี่ก็พอประชาชนฟังมาถึงตรงนี้ก็พอจะเห็น ว่ารายได้มีความผันผวนรายได้มีความเสี่ยง การกู้เนี่ยก็มีต้นทุนของมันแล้วการกู้ก็ คือการเอาเงินในอนาคตมาใช้ซึ่งก็มีความ เสี่ยงมากพอสมควรเช่นเดียวกันในส่วนของ รายจ่ายนะครับก็คิดว่าผมคงไม่ลงราย ละเอียดมากเนื่องจากว่าเพื่อนสมาชิกก็ได้
พูดเรื่องเกี่ยวกับรายจ่ายไปเยอะแล้วก็จะ เห็นดังภาพดังต่อไปนี้แต่ประเด็นที่ผม ต้องการที่จะพูดในภาพใหญ่ก็คือเมื่อ เปรียบ เทียบกับงบประมาณประเทศอื่นในรัฐสภา ประเทศอื่นเราเน้นเรื่องเกี่ยวกับรายจ่าย อย่างเดียวครับเราไม่ค่อยได้เน้นเรื่อง เกี่ยวกับรายได้เราไม่ค่อยได้เน้นเรื่อง เกี่ยวกับแผนเงินกู้ดอกเบี้ยเป็นเท่าไหร่ จะกู้ในประเทศนอกประเทศภาระดอกเบี้ยที่จะ เพิ่มขึ้นเป็นเท่าไหร่ตรงนี้นี่ยังไม่ ค่อยเห็นในช่วง 3 วันที่ผ่านมาเน้นแต่ใน เรื่องของรายจ่ายมันทำให้เห็นภาพไม่ไม่ ครบทั้ง 360 องศานะครับท่านประธานมันทำ ให้เห็นทำให้ผมต้องต้องชี้แจงกับสภาแห่ง
นี้ด้วยภาพสุดท้ายของวาระนี้ครับว่าภาพ สรุปสั้นๆก็คืออัตราการเติบโตของรายได้โต ไม่ทันรายจ่ายของประเทศทำให้อัตราการกู้ สูงขึ้นเรื่อยๆรายได้ของรัฐย้อนหลังไป 4 ปีท่านประธานจะเห็นครับโตอยู่แค่ 4.5% แต่ในเรื่องของรายจ่ายนั้นโต 6.6 per และการกู้ก็เลยโตที่ 7.3 เพคราวนี้ ถ้าเราเห็นทั้ง 3 มิติทั้ง 3 ก้อนของงบ ประมาณอย่างเต็มๆแบบนี้นะครับมันจะทำให้ เรารู้สึกครับว่าตกลงไอ้ผลประโยชน์ที่เรา จะได้จากงบประมาณอันนี้เนี่ยเมื่อเปรียบ เทียบกับความเสี่ยงระยะยาวที่เราจะต้องไป เสี่ยงเนี่ยมันคุ้มค่าหรือมันไม่คุ้มค่า มันรอบคอบหรือมันไม่รอบคอบมันมีการบริหาร
ความเสี่ยงหรือยังอันนี้เนี่ยเป็นสิ่งที่ มีความสำคัญสำหรับการประมวลแล้วก็การสรุป ให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าเรื่อง ของรายได้เรื่องของรายจ่ายแล้วก็เรื่อง ของเงินกู้นั้นมีรายละเอียดมากกว่าที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปในช่วงเ่อ 3 วัน ที่ผ่านมาสำหรับวาระต่อไปครับโผมผมเวลา เหลืออีก 3 นาทีโอเคจะเอาให้เร็วขึ้นนะ ครับท่านประธานเรื่องเกี่ยวกับการขยายนะ ครับเรื่องเกี่ยวกับการสะท้อนความสมดุล ระหว่างการแก้ปัญหาเศรษฐกิจกับเรื่องของ การกระตุ้น GDP ตรงนี้เนี่ยมันทำให้ผมนึก ถึงการใช้งบประมาณที่มีอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านหนึงครับที่ท่านผมไม่พลาดพิงครับไม่
ต้องไม่ต้องห่วงผมไม่พลาดพิงไม่ได้เอารูป อะไรขึ้นแต่ผมแค่ต้องการแสดงเ่อความเห็น ด้วยกับข้อความที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านนึงท่านได้เคยพูดไว้เมื่อปี 2565 ช่วงประมาณกุมภาพันธ์มีนาคม 2565 ท่านพูดประมาณนี้นะครับว่าผมผมไม่ ได้จะใช้คำพูดของท่านเป๊ะๆครับ่านพูด ประมาวันนี้บอกว่าถ้ารัฐบาลไม่จนปัญญา จริงๆเนี่ยไม่แจกหรอกเน้นเรื่องเกี่ยวกับ การสร้างเศรษฐกิจซะมากกว่าประมาณนี้นะ ครับเพราะว่าไม่ต้องการที่จะเอ่อให้ รัฐบาลที่จนปัญญาจนต้องกู้มาแจกแต่จะใช้ เน้นเรื่องเกี่ยวกับการใช้เงินในการสร้าง เศรษฐกิจให้แข็งแรงขึ้นตรงนี้ผมก็เลยทำ
ให้คิดครับว่าไอ้สิ่งที่ผมต้องการจะขยาย สิ่งที่ต้องการจะสะท้อนว่าไอ้การเจริญ เติบโตของเศรษฐกิจเนี่ยมันสำคัญแน่นอนแต่ มันต้องแลกด้วยอะไรมาบ้างนะครับมันคือการ หาสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจกับการ ลดความเหลื่อมล้ำมันคือการหาสมดุลระหว่าง ผลประโยชน์ในระยะสั้นกับความเสี่ยงระยะ ยาวมันคือการมองเห็นแล้วก็การกระตุ้นอกับ การหาสมดุลกับประชาชนที่ถูกมองข้ามใน เรื่องของงบประมาณนะครับผมก็เลยมานั่งคิด ครับว่าถ้าเราจะไม่จนปัญญากันจนเกินไปใน การที่จะกู้มาแจกอย่างเดียวแล้วการ กระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมันก็ไม่ใช่เป็น เรื่องของการบริโภคเพียงอย่างเดียวการ
สร้างเศรษฐกิจอย่างที่อดีตนายกรัฐมนตรี ได้พูดไว้การกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมีหลาย มิติยกตัวอย่างให้ครับ GDP มันก็คือ c + i + g + x – m มันก็คือการบริโภค มันก็คือการลงทุนมันก็คือเรื่องของงบ ประมาณมันก็คือเรื่องของส่งออกแล้วมันก็ เรื่องของการนำเข้าคราวนี้ GDP ที่มัน ต้องการกระตุ้นเนี่ยครับที่มันแย่อยู่ เนี่ยผมเอาตัวเลขของไตรมาสที่ 1 ปี 2567 โตอยู่แค่ 1.
5% มาให้ดูตกลงแล้วเราเกาถูก ที่คันจริงหรือเปล่าครับปัญหาของ GDP มัน อยู่ที่บริโภคหรือมันอยู่ที่ลงทุนหรือมัน อยู่ที่งบประมาณหรือมันอยู่ที่ส่งออกหรือ มันอยู่ที่นำเข้ามันไม่ใช่แค่การบริโภค ของเอกชนเพียงอย่างเดียวนะครับมันคือถ้า จะถ้าท่านประธานเห็นประชาชนเห็นอยู่ก็จะ เห็นว่าบริโภคหรือว่าตัว consumption C นั้นโตตั้ง 7 กว่าเปอร์เซ็นมันกลับเป็น เรื่องเกี่ยวกับการลงทุนมันเป็นเรื่อง เกี่ยวกับการใช้งบประมาณแผ่นดินมันเป็น เรื่องของการต่อสู้กับการขาดูทางการค้า ต่างหากที่ต้องการการกระตุ้นนะครับซึ่งก็ ตรงกับคำพูดที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีได้ พูดไว้เมื่อปี 2565 ที่ผมต้องย้มว่ามัน
เป็นปี 2565 เพราะปีนั้นเศรษฐกิจซึมมาก กว่าปีนี้ครับท่านอดีตนายกก็ยังพูดเลยว่า เรามาสร้างเศรษฐกิจกันเถอะเราอย่ามาแจก กันเลยแล้วการแจกที่จะทำให้การบริโภค เพิ่มขึ้นมันก็อาจจะไม่เาถูกเาไม่ถูกที่ คาจริงๆอย่างที่เพี่น้องประชาชนเห็นอยู่ ว่าการบริโภคไม่ได้เป็นปัญหาการลงทุน Investment Government expenditure งบ ประมาณแผ่นดินแล้วก็ x – m หรือหรือเอา ส่งออกลบนำเข้าต่างหากที่มันเป็นปัญหา คราวนี้จึงอยากชวนทุกท่านครับมามองในสิ่ง ที่ผมมองแล้วก็มองตรงกับที่อดีตนายก รัฐมนตรีพูดไว้เมื่อปี 2565 ด้วยว่ามัน คือการซะเอางบประมาณอย่างรอบข้อมาสร้าง
เศรษฐกิจมากระตุ้น GD กันดีกว่าคราวนี้ องค์ประกอบของ GDP ปี 2566 ที่เป็นข้อมูล ล่าสุดจากสภาพัฒเนี่ยเบอกว่าภาคเกษตรภาค อุตสาหกรรมแล้วก็ภาคบริการรวมกันเป็น GDP 100% เป็นเกษตร 99% ครับเป็นอุตสาหกรรม 33% ครับเป็นบริการหรือก็คือการท่อง เที่ยวนั่นเองนะครับประมาณ 59% นะครับตรงนี้เนี่ยเรามาดูกันครับผม อยากจะขยายแล้วก็อยากจะสะท้อนให้เห็นว่า ในเรื่องของเกษตรก็ดีเรื่องของอุตสาหกรรม ก็ดีเรื่องของการท่องเที่ยวก็ดีงบประมาณ ปี 68 เนี่ยมันตอบโจดการตอบโจทย์การสร้าง เศรษฐกิจมากเพียงใดตรงนี้เริ่มต้นกันที่ การเกษตรครับท่านประธานการเกษตรปัญหาไม่
ว่าจะเป็นเรื่องของปัจจัยการผลิตเรื่อง ของการเพิ่มผลผลิตตภาพทางการเกษตรอันนี้ มันคือหัวใจของการปฏิรูปการเกษตรครับการ เพิ่มมูลค่าอะไรพูดกันมาเป็น 1020 ปีแล้ว แต่เรื่องของปัญหาที่ดินทับซ้อนกับเขตป่า ในข้อที่ 1 ครับงบประมาณการแก้ไขตามงบ ประมาณปี 68 ใส่ไว้ว่า 725 ล้านบาทถ้า เป็นแบบนี้นะครับต้องใช้เวลา 100 ปีครับ กว่าจะพิสูจน์สิทธิ์ทั้งหมดในการแก้ปัญหา เรื่องเกี่ยวกับที่ดินให้กับพี่น้อง เกษตรกรทำให้สามารถลืมตาอ้าปากได้คล้ายๆ กับที่ผมเคยพูดไว้เรื่องเกี่ยวกับกระดุม 5 เม็ดก่อนที่ผมจะอภิปรายเมื่อ 5-6 ปีที่ แล้วนะข้อเสนอแนะตรงนี้เนี่ยพวกผมคิดแล้ว
นะครับว่าจะลงทุนปลดล็อคที่ดินให้กับพี่ น้องเกษตรกรเนี่ยต้องใช้งบประมาณ 10 หมื ล้านบาทภายใน 5 ปีหรือประมาณ 2,000 ล้าน ต่อปีถ้าเป็นแบบนี้เนี่ยภายใน 5 ปีปัญหา ที่ดินทับซ้อนของพี่น้องเกษตรกรถึงจะหาย ไปไม่ใช่ 725 ล้านบาทอย่างที่ได้จัดงบ ประมาณมาปัญหาเรื่องที่ 2 ก็คือเรื่องของ น้ำเมื่อเช้าก็ได้ฟังน่าจะเป็นสสศักดินัย นุ่มหนูก็ได้พูดไปเรื่องเกี่ยวกับงบ ประมาณชลประทาน 24% ใช่่มั้ยถ้าผมฟังท่าน ไม่ผิดนะครับว่าก็มีงบประมาณอยู่กรม ชลประทานอยู่ 70 หมื่กว่าล้านอะไรประมาณ นี้แต่น้ำแล้งนะครับที่ทำให้ผลผลิตผลไม้ 4 เดือนแรกเนี่ยหายไปซึ่งส่วนใหญ่แล้วอยู่
ในเขตนอกชลประทานเนี่ยงบมันแค่ 7,000 ล้านบาทครับท่านประธานไม่ถึง 200,000 ไร่ ครับที่จะได้ผลประโยชน์จากงบประมาณนี้อัน นี้นี่คือแค่ 1% ของพื้นที่นอกชลประทาน ที่มีปัญหาภัยแล้งทั้งหมดสิ่งที่เราเสนอ จะลงทุนปลดล็อคในน้ำได้ต้อง 50,000 ล้าน บาทครับภายในระยะเวลา 5 ปีเพื่อที่จะปลด ล็อคชนบทไทยให้มีความมั่นคงในน้ำได้ เรื่องสุดท้ายเรื่องของการเผาในภาคการ เกษตรที่ทำให้อากาศเป็นพิษเป็นปัญหา เรื่องเกี่ยวกับ PM 2.
5 ปีนี้งบประมาณ ตั้งเป้าว่าจะรดอ้อยไฟไหม้ลง 2 ล้านตัน จาก 24 ล้านตันซึ่งคิดเป็นเพียงแค่ 10% เท่านั้นครับในขณะเดียวกันถ้าเราลงทุนใน เครื่องจักรเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิศวะการ เกษตรนะครับเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปรับ ระบบการเพาะปลูกอ้อยในงบประมาณ 2 พันล้าน บาทผมว่าอันนี้ละครับถ้ารัฐบาลเสนอมา อย่างนี้ผมให้ผ่านเพราะผมคิดว่ามันถูกและ มันสามารถที่จะสร้างเศรษฐกิจมันสามารถที่ จะกระตุ้น GDP ได้จริงๆสำหรับเรื่อง เกี่ยวกับกษ 99% ของ GDP ไทยต่อมาเป็นภาค อุตสาหกรรมครับ 33% นะครับของทั้งหมดซึ่งอุตสาหกรรม เนี่ยไม่พูดซ้ำเยอะครับมันก็เห็นภาพใหญ่ๆ
อยู่ 2-3 อันก็คือเป็นเรื่องเกี่ยวกับ อิเล็กทรอนิเรื่องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยาน ยนต์เกี่ยวกับการสร้างอุตสาหกรรมในอนาคต การแข่งขันานและผลกระทบอุตสาหกรรมเิ คอนดักเมื่อกี้นั่งฟังท่านรัฐมนตรีทั้ง แรงงานแล้วก็อวพูดอยู่นะครับบอกว่าเรามี ความจำเป็นที่จะต้องต่อสู้กับอุตสาหกรรม semiconductor ตั้งงบไว้ทั้งหมด 5,000 ล้านบาทครับผมใช้วิธีเสิร์ชเข้าไปใน Excel แล้วก็ใส่คำว่า semiconductor งบทั้งหมด ที่เอารวมออกมาผมก็เอามารวมให้ให้ทั้งหมด ไม่ว่าจะอยู่กระทรวงไหนมันก็จะรวมกันที่ 5,000 ล้านบาทคราวนี้ท่านประธานเจ้าบม ครับว่ามาเลเซียมีงบประมาณในการทำ
เซมิคอนดักเตอร์เท่าไหร่ญี่ปุ่นมีมีเท่า ไหร่อินเดียมีเท่าไหร่ 200,000 ล้านบาท ครับ 2 ละ 240,000 ล้านบาทครับ 350,000 ล้านบาทครับคราวนี้ผมถามว่างบประมาณที่ มันจัดมาเนี่ยมันจะพอที่จะมีอะไรที่จะพอ ที่จะไปสู้ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใน อาเซียนหรือว่าในเอเชียในเรื่องเกี่ยวกับ semiconductor ได้บ้างในการที่จะปฏิรูป อุตสาหกรรมของประเทศไทยต่อมาเป็นเรื่อง การเปลี่ยนผ่านที่เป็นรของยานยนต์สันดาบ ไปสู่ EV ผมดูทั้งหมดแล้วครับใช้คำว่ายาน ยนต์เสิร์ชเข้าไปเลยมันออกมาประมาณหมื่น กว่าล้านแต่ประมาณ 8,000 กว่าล้านนี่คือ มันส่งเสริมให้ยิ่งใช้ EV ให้มากขึ้นนะ
ครับซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไรแต่ในขณะเดียวกัน สันดาบที่มันจะหายไปเนี่ยเป็นเฉพาะตรง นั้นเนี่ยอยู่ 1,2 75 ล้านบาทผมก็ไปดู ครับว่าประเทศในอเมริกาประเทศในยุโรปซึ่ง ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะเปรียบเทียบให้เห็น อย่างนี้เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังว่าเพราะ อะไรอย่างอเมริกาบอกว่าจะเปลี่ยนโรงงาน สันดาบแล้วก็รีสกิลคนน ให้ได้ผ่านคองเกรสของเขาเนี่ยงบประมาณ 500,000 ล้านบาทอันนี้ผมต้องให้เชิงอาจ ท่านประธานกับประชาชนไว้ผมไม่ได้ต้องการ ที่จะเปรียบเทียบ 1, 275 ล้านบาทของไทย กับอเมริกา 500,000 ล้านบาทนะครับมันเป็น การเปรียบเทียบที่ไม่ถูกต้องมันต้องเอาหา
ด้วยขนาดของอุตสาหกรรมเอ่อของเอ่อประเทศ อเมริกาหรือว่าดีทรอยตัวจริงแล้วก็ค่อยมา เปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมดีทรอยของเอเชีย ของประเทศไทยคุณถึงจะเห็นภาพที่เห็นภาพ แต่ผมกำลังอยากจะตั้งคำถามกับรัฐบาลว่า กับอุตสาหกรรมที่มันสำคัญเป็นอันดับ 2 อันดับ 3 ของประเทศขนาดนี้เนี่ยมันกำลัง จะมี EV มาแล้วเราก็สนับสนุนเขาด้วยเนี่ย ลดภาษีให้เ้าด้วยเนี่ยทำให้สรรพสามิตรมัน หายไปแล้วด้วยเนี่ยสันดาบไม่ว่าจะเป็นใน เรื่องของโรงงานก็ดีไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของแรงงานที่จะหายไปเนี่ยใช้งบประมาณแค่ นี้มันพอจริงเหรอครับอันสุดท้ายครับการ ปรับตัวให้ทัน AI อันนี้นี่ผมฟังอดีต
รัฐมนตรีคลังของสิงคโปร์พูดเลยเรื่อง เกี่ยวกับสู้กับ artificial intelligence เจะได้ใช้งบประมาณยังไงบ้างงบที่เกี่ยว ข้องกับคำว่า AI หรือปัญญาประดิษฐ์ใน ประเทศไทย 1,4 ล้านบาทครับตรงกับที่สสชาย ได้พูดไปเมื่อวันแรกตอนนี้ผมไปนั่งดูว่า ญี่ปุ่นกับสิงคโปร์เขาทำเท่าไหร่ครับใน การที่จะปฏิรูปอุตสาหกรรมเขาให้มันสู้กับ ภัยความท้าทายที่มันมาจากปัญญาประดิษฐ์ ได้ญี่ปุ่น 17,000 ล้านบาทครับสิงคโปร์ 5,400 ล้านบาท 5 ปีติดๆกันนะครับ 20,000 กว่าล้านอันนี้มันก็เป็นคำถามที่ก็ตรง คล้ายๆกันกับข่าววันนี้เลยครับที่มาจาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยข่าวของไทยรัฐ
นะครับต่างชาติไล่ทุบอุตสาหกรรมไทยสอท วรรัฐเพิ่มมาตรการตอบโตทุ่มตลาดและช่วยลด ต้นทุนในการผลิตอันนี้เป็นงบประมาณที่ผม เอามาเป็นน้ำจิ้มให้สภาอุตสาหกรรมและคน ที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมดูเป็นตัวอย่าง ครับว่าสิ่งที่ท่านกังวลไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมที่ปิดตัวอย่างเช่นพลาสติก อย่างเช่นโลหะพวกนี้นี่มันตรงกับ อุตสาหกรรมยานยนต์อุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ทั้งนั้นนะครับหรือเรื่อง เกี่ยวกับการปรับตัวลงของ GDP ลงอยู่ที่ 2.
6% เนี่ยมันตรงหรือเปล่ามันตรงในการ ที่จะสามารถที่จะสร้างเศรษฐกิจในการที่จะ กระตุ้น GDP ได้จริงหรือเปล่านะครับสุด ท้ายเรื่องของการท่องเที่ยวการท่องเที่ยว เนี่ยคือเครื่องจักรเศรษฐกิจสุดท้ายที่ ประเทศไทยมีอยู่อันนี้เราเห็นตรงกันต้อง รักษาไว้ด้วยการลงทุนที่ infrastructure ทุกอ่าเพื่อนสมาชิกทุกคน นะครับรวมถึงคนที่อภิปรายก่อนผมก็ได้บอก ว่าโเรื่องของการโปรโมทในการท่องเที่ยว การทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะๆในการ กระตุ้นดีมานให้มีการท่องเที่ยวมาเยอะๆ เนี่ยมันเป็นสิ่งที่สำคัญแล้วเราก็คงเห็น ตรงกันครับว่าในเรื่องของดีมานเนี่ย ประเทศไทยมันไม่ได้ค่อยมีปัญหาหรอกก็เป็น
อันดับ 1 1 1 ใน 5 กรุงเทพฯก็เป็นเมือง 1 ใน 5 อาหารไทยก็เป็น 1 ใน 5 อยู่ อันดับท็อปไมาตลอดแต่สิ่งที่มันมีปัญหา มันคือโครงสร้างพื้นฐานในการท่องเที่ยว ครับสิ่งที่ท่านประธานเห็นอยู่ตรงนี้คือ การศึกษาของ World Economic forum ครับ ท่านประธานทราบมยครับว่าในเรื่องของโครง สร้างพื้นฐานการท่องเที่ยวของประเทศไทย เครื่องจักรเศรษฐกิจตัวสุดท้ายของประเทศ ไทยอยู่อันดับที่เท่าไหร่ถ้าในฝั่งของ ความต้องการการมาเที่ยวอยู่อันดับ 1 อันดับ 2 อันดับ 3 อันดับ 4 อันดับ 15 ไม่เกินนี้แต่เรื่องโครงสร้างพื้นฐานอยู่ ที่อันดับ 47 อยู่ที่อันดับ
47 ซึ่งตรงนี้เนี่ยผมไปศึกษาดูแล้วเขา เขียนไว้เลยว่ามันอยู่ที่โครงสร้างพื้น ฐานในการท่องเที่ยวกับการกระจายรายได้การ ท่องเที่ยวให้ไปสู่ประชาชนคราวนี้รายได้ ในการท่องเที่ยวของประเทศไทย 70% มันอยู่ แค่ 5 จังหวัดครับอีก 70 กว่าจังหวัดไม่ ได้ตรงนี้แล้วเรื่องของโครงสร้างไม่ว่าจะ เป็นเรื่องของความปลอดภัยของนักท่อง เที่ยวไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมรคกุเทพไม่ ว่าจะเป็นเรื่องของการคมนาคมไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการที่มีเ่อการให้ข้อมูลเ่อ เรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเนี่ยมัน น้อยมากงบประมาณที่ทำขึ้นมาตามปี 68 ครับ งบ PR 1,800 ล้านบาทงบสร้างถนน 1,200
ล้านบาทงบเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 220 ล้านบาทเป็นงบสร้างพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว 180 ล้านบาทโดยกรมทรัพยากรชายฟังในขณะเดียว กันตัวอย่างที่อยากจะให้รัฐบาลไปดูคือ ประเทศนิวซีแลนด์ครับปี 2566 ลงทุนไป 27,000 ล้านบาทเพื่อที่จะพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานในการท่องเที่ยวเพื่อที่จะต่อสู้ กับการเปลี่ยนนแปลงสภาพภูมิอากาศเพราะเขา รู้ว่าการท่องเที่ยวของเขานั้นมันสำคัญ ทันกับเศรษฐกิจของประเทศนิวซีแลนด์มาก ขนาดไหนเขาถึงได้ลงทุนขนาดนี้เขาไม่ได้ดู แต่น siz ครับเขาดู suly siz ด้วยเช่น เดียวกันมาถึงสุดท้ายของวาระที่ 2 ครับใน ขณะที่รัฐบาลมองเห็นมองขาดต้องกระตุ้น
ต้องอนแต่ในขณะเดียวกันก็มีคนที่ถูก ignore มากมายมหาศาลครับในเรื่องของ สวัสดิการงบของอุดหนุนเด็กเล็กอายุ 0-6 หายไป 15,000 ล้านบาทนั่นคือเด็กเล็กกว่า 1.5 ล้านคนที่อาจจะหลุดออกจากระบบไปครับ ท่านประธานมันคือสวัสดิการผู้พิการที่หาย ไปอย่างน้อย 1,000 ล้านบาทซึ่งคือผู้ พิการเป็นแสนเป็นแสนๆคนครับที่ไม่ได้รับ เอ่อขออภัยที่พิมพ์ผิดครับประมาณแสนแสนคน ครับที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือและในการใน ขณะเดียวกันก็คือสิ่งแวดล้อมนะครับที่ถูก ignore ถูกมองข้ามไปงบดูแลไฟป่าขององค์ กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ป่าสงวนถูก ตัดไปพันกว่าล้านทำให้ป่า 7.5 ล้านไร่ไม่
ได้รับการดูแลมันคือเรื่องเกี่ยวกับสิ่ง แวดล้อมอย่างเช่นเอ่อการกำจัดขยะ อุตสาหกรรมในระยองครับของสสชุติพงษ์ที่ โรงงานโรงงานเดียวในเขตของเขาของบกลาง 500 กว่าล้านแต่งบประมาณปี 68 มีงบให้ทั้ง ประเทศ 32 ล้านบาทซึ่งตรงนี้เนี่ยก็ให้ ท่านประธานแล้วก็ทางคมได้ลองรับฟังดูนะ ครับว่ามันคุ้มค่ามันรอบคอบและมันดีกว่า การที่จะแค่กระตุ้นแค่การบริโภคอย่างดี อย่างเดียวหรือไม่ถ้าเอามากระตุ้นเกี่ยว กับเรื่องเ่อการสร้างเศรษฐกิจและในขณะ เดียวกันก็มาช่วยคนที่ถูกมองข้ามไปในการ จัดงบประมาณครั้งนี้สุดท้ายผมเหลือเวลา อีก 5 นาทีครับนั่นก็คือการเสนอแนะนะครับ
กระบวนการการจจัดทำงบประมาณเมื่อเปรียบ เทียบกับ Best Practice ของทาง oecd guideline เทำขึ้นมาให้เราแล้วนะครับถ้า ท่านไม่ฟังฝ่ายค้านไม่เป็นไรครับฟัง oecd ที่ท่านพยายามจะเข้าสู่กระบวนการก็ได้เขา เสนอแนะมาทั้งหมด 10 ข้อเขาทำงบประมาณกับ หลายประเทศที่เป็นอยู่ใน oecd เขาก็บอกมา ว่า Best Practice ของการทำงบประมาณตั้ง แต่เรื่องของการจัดทำเรื่องของการอนุมัติ แล้วก็เรื่องของการบริหารต้นน้ำกลางน้ำ ปลายน้ำเนี่ยมันมีอะไรบ้างมันมีทั้งหมด 10 ข้อก็ไม่เป็นไรครับผมคงไม่ลงรายละเอียด 10 ข้อแต่คิดว่าทางรัฐบาลก็คงที่จะเริ่มที่
จะศึกษาอยู่อย่างน้อยมีให้เห็นอยู่ 3 ข้อ ข้อ 5 ข้อ 9 แล้วก็ข้อ 10 ข้อ 9 นี่สั้นๆ เลยครับถ้าจะอยู่ในมารฐานของ oecd ได้การ จัดงบประมาณเนี่ยมันต้องมี Green budgeting มันต้องมี gender budgeting แค่ 2 อันนี้เนี่ยการที่เรามองข้ามสิ่ง แวดล้อมการที่เรามองข้ามคนที่อาจจะเป็นคน ชายขอบคนที่รัฐบาลอาจจะลืมหรือมองข้ามไป อย่างที่ผมได้อภิปรายไปเมื่อกี้เนี่ยมัน จะไม่ถูกมองข้ามอีกต่อไปครับเพราะใน กระบวนการมันบังคับไว้เลยว่าในการทำงบ ประมาณต่างๆเนี่ยต้องมี Green budgeting และมี gender budgeting ไม่ว่าจะเป็น เด็กอ่อนไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับงบ
ประมาณต่างๆในการเอ่อจัดการสิ่งแวดล้อม ต้องมีแยกออกมาเพื่อให้เราไม่ถูกมองข้าม อันนี้ก็จะได้จบไม่ต้องทะเลาะกันครับ เรื่องอ9 ignore เพราะว่ามันตามที่ oecd เขาต้องการที่จะนำเสนออันที่ 9 คือเรื่อง ของความเสี่ยงการคลังและความยั่งยืนระยะ ยาวนะครับอันนี้เขาก็ได้พูดเอาไว้ว่าการ จะทำงบประมาณนั้นมันก็ต้อง Balance ระหว่างสิ่งที่พยายามจะกระตุ้นในระยะสั้น แล้วก็ความเสี่ยงระยะยาวในการที่จะต้อง บริหารความเสี่ยงการอธิบายเรื่องเกี่ยว เกี่ยวกับการกู้เรื่องเกี่ยวกับดอกเบี้ย ที่จะต้องเอ่อใช้ให้ประชาชนที่ไม่มี สิทธิ์ไม่มีเสียงแล้วท่านเอามือล้วงเข้า
ไปในกระเป๋าเอาเงินเข้ามาในอนาคตอาจจะ เป็นลูกสาวผมที่ต้องมาใช้ในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรได้ อันนี้นี่ต้องอำให้เขาได้มีการเ่ออธิบาย มีการพูดถึงอยู่ตลอดเวลาสุดท้ายก็เป็น เรื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสเรื่องเกี่ยว กับการประกันคุณภาพแล้วก็การตรวจสอบของงบ ประมาณตรงนี้นี่ oecd เขียนไว้ชัดครับว่า ปกติแล้วประเทศไทยพอเราอภิปรายวาระ 1 กัน เสร็จปุ๊บมันก็จะมีการตั้งกรรมาธิการคราว นี้บางประเทศเนี่ยประธานกรรมาธิการเขาไม่ ได้ให้เป็นรัฐมนตรีคลังอันนี้ก็เป็น เรื่องที่น่าสนใจครับเพราะว่ามันเป็นการ ตรวจสอบความโปร่งใสของงบประมาณที่ผ่านมา
ส่วนใหญ่แล้วทางรัฐมนตรีฉากฝั่งรัฐบาลก็ จะเป็นประธานของกรรมาธิการงบประมาณมาโดย ตลอด oecd บอกมีบางประเทศที่ไม่รัฐมนตรี คลังไม่ได้เป็นประธานตรงนี้เนี่ยผมก็คิด ว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจเอ่อเรื่อง เกี่ยวกับความโปร่งใสในการที่จะให้ประชา ชนมีส่วนร่วมตั้งแต่การจัดทำเรื่องการที่ จะต้องมีการเ่อ broadcast นะครับ broadcast หรือว่าการไลฟ์สดให้ประชาชน ได้เห็นว่าในการทำกรรมาธิการเวลาที่เราลง รานละเอียดแต่ละอันแต่ละอันเนี่ยในระยะ เวลาเดือน 2 เดือนที่เราทำเนี่ยประชาชนจะ มีส่วนร่วมได้หรือไม่มีโอกาสที่จะได้รับ ฟังได้หรือไม่มีโอกาสที่จะได้เอ่อเมื่อมี
การเตรียมตรวจสอบแล้วเนี่ยประชาชนกับฝ่าย ค้านมีโอกาสได้ตรวจสอบมากแค่ไหนอันนี้ผม ว่าก็เป็นเป็นประเด็นที่น่าสนใจนะครับไม่ ได้เป็นประเด็นที่สสรัชนกหรือไม่ได้เป็น ประเด็นที่สสณัฐพงษ์พูดไว้แต่ผมคิดว่าถ้า ตามสิ่งที่เราพยายามจะมุ่งไปข้างหน้าซึ่ง เราเห็นตรงกันในการเข้าไป oecd เนี่ยมัน มีไกด์ไลน์หลายอันที่ผมคิดว่าทางกระทรวง การคลังก็คงจะศึกษาอยู่แล้วนะครับถ้าไม่ อย่างงั้นผมพิมพ์มาแล้วก็ศึกษามาเยอะพอสม ควรเรื่องเกี่ยวกับ Best Practice แล้ว ก็ guideline ก็น่าจะทำให้ทางกระทรวงการ คลังนั้นสามารถที่จะเอาไปทำงานต่อแล้วก็ ทำให้งบประมาณในปีต่อๆมาสามารถที่จะเอ่อ
ตรงจุดมีความรอบคอบแล้วก็มีความสมดุล ระหว่างความเสี่ยงระยะยาวกับสิ่งที่ ต้องการผลประโยชน์ระยะสั้นมีสมดุลระหว่าง เรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจกับเรื่องของ ความเป็นความกินดีอยู่ดีของพี่น้องประชา ชนอ่าไปในคราวคราวเดียวกันสุดท้ายครับผม สรุปด้วยสไลด์นี้สไลด์เดียวว่า 5 สิ่ง เร่งด่วนที่รัฐบาลต้องทำนะครับเกี่ยวกับ งบประมาณแผ่นดินเป็น immediate Next Step ที่ท่านควรที่จะต้องทำนะครับข้อที่ 1 สรุปได้ได้ก็คือความชัดเจนเกี่ยวกับ แผนรายได้กับแผนหนี้ของประเทศครับใน 3 วันที่ผ่านมาในเรื่องของรายจ่ายทางสสฝ่าย ค้านก็ถามทางฝั่งของท่านก็ตอบมาแต่เรื่อง
ของความชัดเจนของรายได้เรื่องของแผนหนี้ เนี่ยไม่ค่อยมีความชัดเจนเท่าไหร่ผมอยาก อ่าได้ยินเรื่องนี้จากกระทรวงการคลังจาก ทางรัฐบาลไม่จำเป็นต้องในวิทีนี้ก็ได้นะ ครับแต่ว่าเป็นสิ่งที่ที่ท่านได้ได้ทำมา บ้างแล้วผมก็เห็นว่ามีการปฏิรูป 20 อย่าง ใช่มั้ยครับทางกระทรวงการคลังเตรียมไว้ใน ข่าวผมก็อยากจะเห็นว่าจะขยายฐานภาษีว่าจะ ปฏิรูปภาษีว่าจะขยายฐานเศรษฐกิจยังไงอัน นี้ผมอยากฟังบ้างนะครับว่าจะทำยังไงอัน ที่ 2 ก็คือเรื่องของแผนการปฏิรูปภาษี อย่างเป็นธรรมอันที่ 3 ก็คือแผนการช่วย เหลือประชาชนที่งบประมาณไม่ครอบคลุมใน ครั้งนี้นะครับเราแสดงให้เห็นประชาชนที่
เขาเสียภาษีผ่านแวตผ่านภาษีที่เป็นเรื่อง ของการบริโภคเขอาจจะไม่ได้เสียภาษีอย่าง อื่นเนี่ยเขาอาจจะอยากถามว่าอ้าแล้วเอยู่ ตรงไหนของแผนงบประมาณอันนี้เขก็อยากจะ เห็นว่าเจะทำทำยังไงต่อไปอันสุดท้ายข้อ ที่ 4 ครับก็คือการเปิดเผยกระบวนการ พิจารณางบต่อสาธารณะอันที่ 5 ก็คือการ ปรับกระบวนการงบประมาณตามมาตรฐานของ oecd ครับอันนี้ก็คงจะเป็น 5 สิ่งเร่งด่วนที่ รัฐบาลต้องทำครับผมเกินไป 1 วินาทีต้องขอ อภัยด้วยขอบพระคุณท่านประธานมากครับขอ ขอบคุณสำหรับการรับชมอย่าลืมกดไลค์กดติด ตามและกดแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดข่าวสารของ เรานะ ครับน
