ในเมื่อทั้งพรรคไทยรักไทยพลังประชาชนไทย รักษาชาติตลอดจนพรรคอนาคตใหม่ล้วนแสดงออก ว่าต้องการลงแข่งขันในระบอบประชาธิปไตย และไม่ได้มีการแสดงออกอย่างชัดเจนว่ามี อุดมการณ์ล้มล้างการปกครองนี้ให้สิ้นรูป ไปเหตุแห่งการยุบพรรคไม่ว่าจะเป็นการซื้อ เสียงการจ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง การกู้เงินที่ถูกตีความว่าเป็นรายได้ต่อ ให้ผิดจริงๆแต่ไม่ใช่การกระทำและไม่ใช่ อุดมการณ์ของพรรคการเมืองค่ะซึ่งจริงๆ แล้วก็สามารถใช้การลงโทษบุคคลตามกระบวน การตามปกติได้สิ่งนี้ชี้ให้เราเห็นได้ชัด ว่ามาตรฐานการยุบพรรคการเมืองภายใต้กฎ หมายไทยขัดแย้งต่อหลักนิติธรรมที่เราต่าง
ก็ยอมรับร่วมกันว่าเป็นหลักการพื้นฐานของ รัฐอย่างน้อยใน 2 ประการด้วยกันคือ 1 ความไม่ชัดเจนในถ้อยคำ 2 ความไม่สอดคล้อง กับหลักความได้สัดส่วนระหว่างบทลงโทษกับ ความผิดเหตุแห่งการยุบพรรคการเมืองไทย ส่วนมากเป็นเพียงเรื่องทางเทคนิคการผิด ระเบียบทางธุรการหรือความผิดเฉพาะบุคคล ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักสากลค่ะที่มุ่งเน้น ให้เหตุแห่งการยุพักนั้นต้องเป็นเรื่อง ร้ายแรงที่ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของรัฐหรือ กระทบกระเทือนต่อระบอบการปกครองในรูปแบบ ประชาธิปไตยเนื่องจากพรรคการเมืองค่ะเป็น ตัวเชื่อมระหว่างประชาชนกับการองค์กรที่ ใช้อำนาจของรัฐการที่พรรคการเมืองสิ้น
สภาพหรือยุบพรรคการเมืองย่อมกระทบต่อ สิทธิ์ในการเข้าถึงอำนาจรัฐของประชาชนโดย ตรงการยุบพรรคการเมืองจึงควรมีเฉพาะกรณี ร้ายแรงเพื่อเป็นมาตรการสุดท้ายในการควบ คุมพรรคการเมืองเท่านั้นและต้องระลึกอยู่ เสมอว่าการยุบพรรคคือคือการริดรอนสิทธิ์ ของประชาชนริดรอนสิทธิ์ในความเป็นพลเมือง ที่เป็นศูนย์รวมเจตจำนงของมนุษย์ที่เกิด มาโดย เสรีในระบบการเมืองไทยค่ะการยุบพรรคการ เมืองนั้นนำมาซึ่งปัญหาถือเป็นการลดทอน ความหลากหลายทางการเมืองเป็นการกระทำที่ สวนทางกับหลักสากลของรัฐประชาธิปไตยที่ มุ่งรักษาความหลากหลายในสังคมปิดกั้น โอกาสในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชา
ชนในฐานะผู้ที่มีอุดมการณ์และเจตนารมณ์ ทางการเมืองตรงกันกับพรรคการเมืองนั้นๆ เป็นการทำลายตัวกลางที่เชื่อมโยงระหว่าง รัฐกับประชาชนที่เป็นหน้าที่สำคัญของพรรค การเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการยุบ พรรคการเมืองที่มีสมาชิกพรรคเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในรัฐสภาอีกทั้งยังเป็นการ ทำลายโอกาสที่พรรคการเมืองจะพัฒนาไปสู่ การเป็นสถาบันในระบบการเมืองส่งผลต่อ พัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยทำให้พรรคการ เมืองในระบบรัฐสภาอ่อนแอที่สำคัญค่ะยัง เป็นชนวนบ่มเพราะปัญหาความขัดแย้งทางการ เมืองในสังคมไทยให้ลุกลามบานปลายยิ่งขึ้น กลายเป็นไฟลามทุ่งอย่างที่เราได้เห็นใน
ช่วงทศวรรษที่ผ่านมาไม่เพียงเท่านี้ค่ะ การกำหนดบทลงโทษโดยการตัดสิทธิ์เลือกตั้ง การตัดสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือการ ห้ามไม่ให้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองก็ สมควรจะได้รับการทบทวนถึงความจำเป็นเหมาะ สมและได้สัดส่วนกำหนดโทษทางอาญาแก่พรรค การเมืองและประชาชนนั้นเฉพาะความผิดร้าย แรงที่มีผลกระทบต่อส่วนรู้รมในกรณีที่ไม่ สามารถใช้มาตรการอื่นใดเพื่อบังคับใช้กฎ หมายได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะทำ ให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย ได้หากการยุบพรรคการเมืองนั้นขัดแย้งต่อ ความรู้สึกต่อประชาชนหมู่มากก็จะทำให้ เกิดความเคลือบแคงสงสัยในความสุจริตและ
เที่ยงธรของทุกองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะองค์กรที่มีอำนาจในการยุบพรรค สำหรับประเทศไทยองค์กรเดียวที่มีอำนาจ วินิจฉัยชี้ขาดนั่นคือศาลรัฐธรรมนูญและ หลายต่อหลายครั้งในประวัติศาสตร์การยุบ พรรคการเมืองไทยเราก็มักจะได้ยินเสียง สะท้อนจากสังคมด้วยคำถามที่ว่าผู้มีอำนาจ ทางการเมืองไทยกำลังพยายามใช้กลไกการยุบ พรรคการเมืองเป็นเครื่องมือกำจัดศัตรูคู่ แข่งทางการเมืองโดยอาศัยช่องทางที่กฎหมาย ไทยกำหนดเหตุแห่งการยุบพรรคการเมืองไว้ อย่างกว้างขวางพร้อมทั้งไม่มีกลไกทางวิธี พิจารณาที่เป็นหลักประกันไม่ให้การเกิด การยุบพรรคการเมืองได้โดยง่ายหรือไม่อะไร
คือความชอบธรรมในการยุบทิ้งเจตนารมณ์ของ ประชาชนที่ฝากไว้กับพรรคการเมืองท่าน ประธานคะจากการสืบค้นข้อมูลดิฉันพบว่าราก ฐานของการยุบพรรคการเมืองนั้นมาจากแนวคิด ที่ว่าด้วย militant democracy แปลอย่าง ง่ายว่าแนวคิดประชาธิปไตยไม่ทน ประชาธิปไตยไม่จำเป็นต้องอดทนอดกั้นต่อ แนวคิดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อตัวมันเองค่ะ พรรคการเมืองใดจัดตั้งและแข่งขันในระบอบ ประชาธิปไตยก็ต้องสมาทานอุดมการณ์ ประชาธิปไตยด้วยการยุบพรรคการเมืองสามารถ ทำได้เฉพาะภายใต้เงื่อนไขที่เป็นไปเพื่อ ปกป้องสิทธิหรือเสรีภาพที่ใหญ่กว่าเช่น การใช้เสรีภาพทางการเมืองเพื่อทำลายระบบ
การเมืองทั้งหมดนั้นลงย่อมทำไม่ได้นั่น คือคุณไม่สามารถใช้เสรีภาพเพื่อทำลายตัว เสรีภาพได้นั่นเองค่ะอย่างไรก็ตามประเด็น ที่ต้องทดไว้ในใจเสมอก็คือการยุบพรรคการ เมืองเป็นมาตรการอำนาจนิยมที่เป็นการ ละเมิดเสรีภาพการรวมกลุ่มทางการเมืองซึ่ง เป็นเสรีภาพพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย วิธีนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากนะคะและ ไม่เป็นที่นิยมไม่ถูกใช้ในประเทศที่มี ความเป็นประชาธิปไตยสูง ในต่างประเทศค่ะตัวอย่างแนวคิดที่นำไปสู่ การยุบพรรคได้แก่แนวคิดนาซีและ คอมมิวนิสต์ในเยอรมนีแนวคิดคอมมิวนิสต์ใน กลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียตแนวคิดแบ่ง
แยกดินแดนเคิสในตุรกีแนวคิดแบ่งแยกดินแดน บาสในสเปนท่านประธานจะเห็นค่ะว่า อุดมการณ์การเมืองที่ถูกตีตราว่าเป็น อันตรายนั้นโดยหลักแล้วแนวคิดของพรรคการ เมืองเป็นแบบที่ปฏิเสธระบอบ ประชาธิปไตยปฏิเสธรูปแบบการปกครอง ปัจจุบันของรัฐที่สำคัญคือพรรคการเมือง เหล่านั้นที่ถูกยุบไปสมาทานอุดมการณ์ดัง กล่าวเป็นอุดมการณ์ของพรรคไม่ใช่เพียงแค่ สมาชิกคนใดคนนึงของพรรคเท่า นั้นและเมื่อกลับมามองที่ประเทศไทยค่ะ ตลอด 17 ปีที่ผ่านมานับจากรัฐประหารปี 2549 เราได้เห็นพรรคการเมืองไทยถูกยุบ กันจนเป็นเรื่องชินตานับเฉพาะพรรคการ เมืองที่มีสมาชิกที่มีสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎรอยู่ในสภานะคะก็นับรวมได้ถึง 5 พรรค ด้วยกันนำมาเปรียบเทียบกับแนวทางของต่าง ประเทศก็ทำให้เกิดคำถามค่ะว่าการกระทำผิด กฎหมายเลือกตั้งของพรรคการเมืองไทยที่ถูก ยุบไปนั้นร้ายแรงเทียบเท่ากับการพยายาม เปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของรัฐการแบ่ง แยกดินแดนหรือการเผยแพร่แนวคิดชาตินิยม นาชีแบบสุดโต่งหรือไม่ในเมื่อทั้งพรรคไทย รักไทยพลังประชาชนไทยรักษาชาติตลอดจนพรรค อนาคตใหม่ล้วนแสดงออกว่าต้องการลงแข่งขัน ในระบอบประชาธิปไตยและไม่ได้มีการแสดงออก อย่างชัดเจนว่ามีอุดมการณ์ล้มล้างการปก ครองนี้ให้สิ้นรูปไปเหตุแห่งการยุบพรรค ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเสียงการจ้างพรรคเล็ก
ลงสมัครรับเลือกตั้งการกู้เงินที่ถูกตี ความว่าเป็นรายได้ต่อให้ผิดจริงๆแต่ไม่ ใช่การกระทำและไม่ใช่อุดมการณ์ของพรรคการ เมืองค่ะซึ่งจริงๆแล้วก็สามารถใช้การลง โทษบุคคลตามกระบวนการตามปกติ ได้สิ่งนี้ชี้ให้เราเห็นได้ชัดว่ามาตรฐาน การยุบพรรคการเมืองภายใต้กฎหมายไทยขัด แย้งต่อหลักนิติธรรมที่เราต่างก็ยอมรับ ร่วมกันว่าเป็นหลักการพื้นฐานของรัฐอย่าง น้อยใน 2 ประการด้วยกันคือ 1 ความไม่ชัด เจนในถ้อยคำ 2 ความไม่สอดคล้องกับหลัก ความได้สัดส่วนระหว่างบทลงโทษกับความ ผิดเหตุแห่งการยุบพรรคการเมืองไทยส่วนมาก เป็นเพลงเรื่องทางเทคนิคการผิดระเบียบทาง
ธุรการหรือความผิดเฉพาะบุคคลซึ่งไม่เป็น ไปตามหลักสากลค่ะที่มุ่งเน้นให้เหตุแห่ง การยุบพักนั้นต้องเป็นเรื่องร้ายแรงที่ ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของรัฐหรือกระทบ กระเทือนต่อระบอบการปกครองในรูปแบบ ประชาธิปไตยสุดท้ายนี้คณะประธานดิฉันขอ ขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการทุกท่านที่ทุ่มเท ทำรายงานฉบับนี้ขึ้นมาและขอสนับสนุนร่าง แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่แนบมาใน รายงานฉบับนี้ด้วยนี่นับเป็นโอกาสสำคัญ ที่เราจะร่วมกันหาแนวทางทำให้พรรคการ เมืองที่เป็นสถาบันทางการเมืองของพวกเรา ทุกคนที่นี่เกิดง่ายอยู่ได้และตายยาก
07:49ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งค่ะว่าเมื่อร่างกฎ หมายฉบับนี้ถูกยื่นเข้าสู่รัฐสภาจะได้รับ การสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทุกท่านเพื่อมาร่วมกันสร้างสถาทาง การเมืองให้เข้มแข็งและยึดโยงกับประชาชน เพราะการยุบพรรคการเมืองคือการทุบทำลาย เจตจำนงของผู้คนเซาะก่อนกระบวนการทาง ประชาธิปไตยและบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของ พี่น้องประชาชนที่มีต่อกลไก รัฐสภาดิฉันขอเน้นย้ำอีกครั้งนะคะว่าสิ่ง ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบันไม่ใช่ความ เป็นปกติธรรมดาค่ะและหากมาตรการการยุบ พรรคการเมืองนั้นถูกมาใช้อย่างไม่สมเหตุ สมผลผู้มีอำนาจต้องตอบคำถามที่ว่าเมื่อ
เราอยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจสูงสุด เป็นของประชาชนพรรคการเมืองเกิดขึ้นและ ดำรงอยู่ได้จากการสนับสนุนของประชาชนเหตุ ใดต้องถูกยุบไปด้วยองค์กรที่ไม่ได้ยึดโยง กับประชาชนดิฉันอยากขอให้เราทุกคนในที่ นี้รวมถึงพี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ทุก ท่านนะคะให้ช่วยกันยืนยันในหลักการร่วม กันว่าพรรคการเมืองคือรูปธรรมที่สุดของ หลักประกันในการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดง ออกของประชาชนในการทำให้เจตจำนงของบุคคล นั้นเกิดขึ้นได้ในสังคมที่มีความแตกต่าง หลากหายและก่อให้เกิดเจตนารมณ์ร่วมกันบาง อย่างความหลากหลายของพรรคการเมืองคือภาพ สะท้อนความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตย
และเจตจำนงที่ทรงพลังของประชาชนในนามของ พรรคเกล้าไกลครับที่ก็อาจจะเป็นครั้งสุด ท้ายที่ผมจะได้ยืนอภิปรายทำหน้าที่ผู้แทน ราษฎรในนามพรรคก้าไกลนะครับการการยุพรรค การเมืองครับซึ่งผมจะขออนุญาตตอบคำถามของ ท่านพนิดาที่ถามเมื่อสักครู่ด้วยว่าเหตุ ใดทำไมพรรคการเมืองของประชาชนถึงถูกทำลาย โดยองค์กรที่ไม่ได้มาจากประชาประชนการยุบ พรรคการเมืองครับท่านประธานมันไม่ใช่ เรื่องปกติที่สาลโลกเทำกันอยู่แล้วมัน เกิดขึ้นกับประเทศที่เราเรียกว่าประเทศ ล้าหลังเท่านั้นเราจะไม่ได้เห็นการยุบ พรรคการเมืองเกิดขึ้นในประเทศที่พัฒนา แล้วเลยประเทศที่ยังมีการยุบพรรคการเมือง
เพื่อที่ทำลายฝั่งตรงข้ามเนี่ยก็จะเหลือ อยู่แค่ประเทศแถบแอฟริกาแล้วก็เอเชียใน บางประเทศไม่ว่าจะเป็นกัมพูชาฮ่องกงแล้ว ก็ประเทศไทยของเราการยุบพรรคการเมืองใน บ้านเราเนี่ยมันก็เป็นสิ่งที่เอ่อพรรคการ เมืองฝ่ายตรงข้ามกับผู้มีอำนาจจะต้องเจอ อยู่เสมอแน่นอนครับก่อนหน้านี้เราไม่ได้ มีการยุพักนะครับตอนที่เรายังไม่มีศาล รัฐธรรมนูญพอมีศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้นแหละ ครับหลังแต่หลังรัฐประหาร 49 ก็ยุบพรรค เป็นว่า เล่นแต่เชื่อมั้ยครับท่านประธานไม่มีการ ยุบพรรคการเมืองครั้งใดที่สมเหตุสมผลเลย ไม่มีการยุบพรรคการเมืองครั้งใดที่ความ ผิดมันได้สัดส่วนกับสิ่งที่เขาทำเลยผมคง
ไม่จำเป็นไม่จำเป็นต้องยกตัวอย่างนะครับ ว่ามีเหตุไหนบ้างการยุพรรคการเมืองเมือง จริงๆไม่ไม่ได้ต่างอะไรจากการประหารชีวิต กลุ่มการเมืองซึ่งมาจากเจตจำนงของประชาชน นะครับแล้วก็การทำลายเจตจำนงของประชาชน เนี่ยมันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากการยึด อำนาจผลลัพธ์มันเหมือนกันครับท่านประธาน เป้าหมายของการยึดอำนาจเป้าหมายของการยุบ พรรคการเมืองมันเป้าเดียวกันนั่นก็คือการ หยุดความเปลี่ยน แปลงแน่นอนครับยึดอำนาจเป็นวิธีที่ง่าย ที่สุดครับเร็วที่สุดเห็นผลที่สุดในการ หยุดยั้งความเปลี่ยนแปลงแต่ในสถานการณ์ ที่ผู้มีอำนาจไม่สามารถที่จะสร้างสร้าง
ความชอบธรรมให้กับการยึดอำนาจด้วยวิธีการ รัฐประหารโดยกองทัพได้เนี่ยการยึดอำนาจ ด้วยวิธีการยุบพรรคก็จะถูกนำมาใช้แทนวัน นี้เราต้องยอมรับครับว่าเราภูมิใจครับใน ความเป็นไทยของเราเราภูมิใจในหลายสิ่ง หลายอย่างที่ทั่วโลกเขายกย่องเขาชื่นชม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้นะครับว่าโครงสร้างการ เมืองไทยการปกครองของไทยกฎหมายของเรามัน ล้าหลังแทบจะล้างท้ายเราจัดอยู่ในกลุ่ม ประเทศด้อยพัฒนาด้วยซ้ำนะครับแล้วก็จัด อยู่ในกลุ่มประเทศด้อยพัฒนาในทุกเวที ประชาธิปไตยโลกเลยแทบไม่เป็นที่รู้จักเลย ในฐานะประเทศ ประชาธิปไตยทำไมเป็นแบบนั้นครับท่าน ประธานประเทศไทยเราใช้รัฐธรรมนูญมาแล้ว 20
ฉบับนะครับแล้วก็ที่ต้องเปลี่ยนถึง 20 ครั้งเนี่ยไม่ใช่เพราะว่าของเก่ามันไม่ดี นะครับเลยต้องเปลี่ยนใหม่บ่อยๆแต่ รัฐธรรมนูญหลายฉบับที่มันเกิดขึ้นเนี่ย มันเกิดขึ้นจากการพยายามทำลายก็เพื่อจะ หยุดยั้งความเปลี่ยนแปลงนี่แหละมันเป็น สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็สืบเนื่องมาจากผล พวงของการทำ รัฐประหารการปกครองแบบเผด็จการเดิมก่อน ก่อน 275 เนี่ยหลังจากที่ถูกเปลี่ยนมาให้ เป็นการปกครองแบบใหม่ซึ่งอำนาจในประเทศก็ จะไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอีกต่อไป แต่อำนาจมันจะต้องเป็นของคนทุกคนในประเทศ ซึ่งบนโลกเเราก็มีคำเรียกหลากหลายในแตก ต่างกันแล้วแต่ภาษานะครับแต่ภาษาไทยเรา
เรียกประชาธิปไตยแน่นอนครับมันไม่ได้รับ ความนิยมชมชอบจากผู้มีอำนาจเดิมอยู่แล้ว พวกเขาไม่ต้องการเสียอำนาจที่ตัวเองมี อยู่ให้กับประชาชนตามระบอบใหม่ง่ายๆหรอก จะเห็นว่าทุกครั้งที่ระบอบใหม่เนี่ยกำลัง จะก้าวขาเติบโตผู้มีอำนาจเดิมเหล่านี้ก็ จะสกัดขัดขวางทุกวิถีทางเสมอตั้งแต่การ ขยับประชาธิปไตยด้วยการนำเสนอสมุดบวก เหลืองของท่านปรีดีพนมยงในปี 2476 หลัง จากประเทศไทยเพิ่งจะเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้ปี เดียวมีความพยายามครับยึดอำนาจรัฐประหาร จากกลุ่มอำนาจเดิมจนเกิดเหตุการณ์เรื่อง ชื่ออย่างกบฏบวรเดชทั้งๆที่สมุดรปกเหลือง ของท่านปรีดีเนี่ยมันเป็นเค้าโครง
เศรษฐกิจที่ก้าวหน้าแล้วก็น่าเอามาใช้มาก ๆเคงเศรษฐกิจของท่านปีสร้างความเท่าเทียม เศรษฐกิจให้กับประชาชนทุกกคนตั้งแต่การ กระจายการถือครองที่ดินการสร้างหลัก ประกันความสุขสมบูรณ์ให้กับประชาชนทุกคน จะมีเงินเดือนเสมือนกับมีบำนาญตั้งแต่ เกิดจนตายก้าวหน้าที่สุดเลยเท่าที่เคย เห็นมาแต่การกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจแบบ สมุดปวกเหลืองที่ว่าเนี่ยมันเท่ากลับไป ดึงเอาผลประโยชน์จากผู้มีอำนาจเดิมครับ ที่เขาถือครองอยู่แล้วก็มากระจายแจกจ่าย ให้กับคนทุกคนนั่นคือเหตุของการพยายามยึด อำนาจครั้งนั้นหลังจากนั้นไม่นานท่าน ประธานการประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาตราเอ้ย
การประกาศใช้รัฐธรรมนูญในของของปี 2489 ซึ่งก็จะอีกเป็นอีกย่างก้าสำคัญนะครับใน การเติบโตของประชาธิปไตยไทยซึ่งรัฐฉบับ นี้เนี่ยกำหนดให้ที่มาอำนาจอธิปไตยเนี่ย ไม่ได้มาจากการแต่งตั้งอีกต่อไปแต่จะต้อง มาจากการเลือกตั้งไม่ว่าจะทางตรงหรือทาง อ้อมจากประชาชนเท่านั้นก็ยังไม่ทันได้ยก ขาเหมือนเดิมครับรัฐประหารก็เกิดขึ้นในปี ถัดไปเบรกการเจริญเติบโตประชาธิปไตยไทย อีกครั้งหนึงแล้วก็ทำให้มันเกิดวุฒิสภา ขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้และเราก็ต้องมี 2 สภามาตลอดนะครับหลังจากนั้นประเทศไทยเรา ก็ถูกวิธีแบบนี้ะครับวิธีอำนาจนิยมแบบนี้ ในการยึดอำนาจหยุดการเปลี่ยนแปลงมาโดย
ตลอดไม่ว่าจะวิธีทางกฎหมายอย่างเช่นการงด ใช้รัฐธรรมนูญบางมาตราหรือด้วยวิธีการใช้ กำลังใช้ความรุนแรงด้วยกองทัพท่านทานครับ 20 ครั้งครับความพยายามในการทำรัฐประหาร ยึดอำนาจแล้วก็สำเร็จไปถึง 13 ครั้งมาก ที่สุดในโลกผมย้ำอีกทีนะครับว่าประเทศไทย มีการยึดอำนาจทำรัฐประหารสำเร็จมากที่สุด ในโลกเราทิ้งห่างอันดับ 2 เกือบเท่าตัว นี่ไม่ใช่หรอครับที่มาของปัญหาการเมือง ไทยทำไมการเมืองไทยไม่พัฒนาไปถึงไหนทั้งๆ ที่เราเปลี่ยนแปลงการปกครองมาแล้ว 90 กว่าปีท่านประธานครับเหตุที่จะต้องหยุด ความเปลี่ยนแปลงให้จงได้อยู่เสมอเนี่ยมัน เกิดขึ้นจากความกลัวทุกคนมีความกลัวครับ
แม้แต่ผู้มีอำนาจเองเนี่ยก็มีความกลัว เหมือนกันโดยเฉพาะความกลัวต่อศัตรูที่ที่ สู้ด้วยยากที่สุดศัตรูที่ชื่อว่าความ เปปลี่ยนแปลงการประหัดประหารชีวิตพรรคการ เมืองจึงเกิดเกิดขึ้นแต่การจะยุบพรรคแบบ เนี้ยมันเป็นการตอบโต้ความกลัวด้วยวิถี ทางที่มันไม่เห็นหัวประชาชนเลยมันทำลาย อำนาจของประชาชนแบบไม่ไว้หน้าเลยนะครับ เห็นๆนะครับเขาเพิ่งเลือกออกไปใช้สิทธิ์ เลือกตั้งออกไปใช้อำนาจของตัวเองในคูหา ไม่ถึง ปีนี่จึงไม่ใช่สิ่งที่เราประชาชนคนไทยควร จะยอมรับได้ครับเราไม่ควรอนุญาตให้ใคร หรือองค์กรใดทำตัวใหญ่กว่าประชาชนแล้วก็ มาใช้อำนาจข้ามหัวยุคพรรคการเมืองที่เป็น
ของประชาชนแบบที่ผ่านมาอีกแล้วถ้าจะมีใคร กลัวการเปลี่ยนแปลงต้องไม่ให้ทางเลือกเขา ครับเพื่อให้เขายอมรับแล้วก็ปรับตัวไปกับ ความเปลี่ยนแปลงนั้นให้เขาได้ตัดสินใจว่า จะอยู่หรือจะไปเท่านั้นแหละครับผม สนับสนุนให้ยกเลิกอำนาจยุบพรรคการเมืองใน ทุกกรณีนะครับถ้าเรายังเชื่อว่าอำนาจสูง สุดเป็นของประชาชนถ้าเรายังเห็นหัวประชา ชนอยู่เนี่ยเราก็ต้องไว้ใจประชาชนและให้ เกียรติเขาให้เกียรติการตัดสินใจของประชา ชนเพราะทุกครั้งของการพยายามหยุดการ เปลี่ยนนแปลงด้วยการยึดอำนาจด้วยการยุบ พรรคการเมืองมันเท่ากับการหยุดการพัฒนา ของประเทศไทยผมหวังว่าเอ่อรายงานฉบับนี้
จะเป็นประโยชน์แล้วก็ถูกนำไปใช้นะครับ ขอบคุณครับท่านประธานคะดิฉันขออภิปราย สนับสนุนรายงานการแก้ไขพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองให้ ยึดโยงกับประชาชนค่ะก่อนอื่นนะคะดิฉันขอ ชื่นชมอนุกรรมาธิการนะคะที่เห็นความสำคัญ และความจำเป็นที่ประเทศไทยควรมีการศึกษา ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองเพื่อ หาแนวทางให้พรรคการเมืองสามารถยึดโยงกับ ประชาชนได้จริงๆท่านประธานคะดิฉันไม่ขอ อ้อมค้อมนะคะดิฉันลุกขึ้นอภิปรายวาระนี้ ในฐานะสสของพรรคก้าวไกลค่ะนับจากนี้ไปอีก 7 วันค่ะจะเป็นการพิพากษาคดียุบพรรคก้าว ไกลดังนั้นการอภิปรายสนับสนุนรายงานฉบับ
นี้นะคะเพื่อเป็นการยืนยันค่ะว่าพรรคการ เมืองเป็นสถาบันที่เกิดขึ้นจากเจตจำนงของ ประชาชนดังนั้นต้องเกิดขึ้นง่ายดำรงอยู่ ได้และสิ้นสุดยากค่ะตามที่รายงานของอนุ ได้ศึกษาเอาไว้นะคะตามมาตราที่ 92 ค่ะภาย ใต้บังคับมาตรา 93 เมื่อพรรคการเมือง กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขต้องพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นการ กระทำความผิดทางอาญาเกี่ยวกับการล้มล้าง การปกครองก่อนศาลรัฐธรรมนูญจึงอาจสั่งยุบ พรรคการเมือง ได้และรายงานฉบับนี้ค่ะจะเป็นหมุดหมาย สำคัญในการปกป้องจำนงของประชาชนที่ส่ง ผ่านพรรคการเมืองเพราะไม่มีอะไรรับประกัน
นะคะว่าพรรคก้าวไกลจะเป็นพรรคสุดท้ายที่ อาจถูกยุบโดยอำนาจของคนไม่กี่คนเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องของพรรคก้าวไกลค่ะแต่เป็น เรื่องของพรรคการเมืองทุกพรรคเรื่องแบบ นี้เกิดขึ้นกับพรรคไหนก็ได้นะคะเมื่อไหร่ ก็ตามที่คุณอาจจะไม่เป็นที่พึงปรารถนา แล้วท่านประธานคะวงจรการเมืองไทยวนหลูบ ไม่ไปไหนเลยนะคะมีฉากทัดแค่ไม่กี่ฉากที่ สลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปค่ะศาลตั้ง ต้นคล้ายๆกันค่ะเมื่อมีพรรคการเมืองที่ ได้รับความนิยมสูงสุดจากประชาชนแต่ บังเอิญไปขัดผลประโยชน์กับกลุ่มผู้มี อำนาจชะตากรรมอาจลงเอยด้วยการถูกใช้อำนาจ นอกระบบไม่ว่าจะเป็นการรัฐประหารการใช้
องค์กรอิสระแทรกแซงไปจนถึงการยุบพรรคการ เมืองกล่าวโดยสรุปค่ะวงจรนี้คือการนำอำ อนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชนมาใช้ทำลาย อำนาจจากประชาชนแล้ววงจรนี้ก็ดำเนินต่อมา เรื่อยๆค่ะในขณะเดียวกันนะคะเราก็อ้างมา ตลอดค่ะว่าประเทศไทยเป็นประเทศในระบอบ ประชาธิปไตยท่านประธานคะไม่มีระบอบ ประชาธิปไตยในประเทศไหนบนโลกแห่งนี้ค่ะ ที่เขาไล่ยุบพรรคการเมืองกันเป็นว่าเล่น แบบนี้แถมยังบิดเบือนหลักการของกฎหมาย หลักการประชาธิปไตยหลักนิติรัฐและไม่สนใจ เสียงคัดค้านของประชา ชนดังนั้นนะคะดิฉันขอตั้งคำถามค่ะว่าพรรค การเมืองมันจะเข้มแข็งได้ยังไงคะถ้าพรรค
การเมืองยังถูกยุบได้พร่ำเพรื่อแบบนี้ กลายเป็นความเคยชินค่ะเคยชินจนเชื่อว่า การยุบพรรคการเมืองสามารถทำได้อย่างปกติ ปกติยังไงดิฉันขอยกตัวอย่างการนำเสนอข่าว ของสื่อมวลชนนะคะเมื่อมีคดีความเกี่ยวกับ พรรคการเมืองที่รอคำพิพากษาแนวทางการนำ เสนอส่วนใหญ่ค่อนข้างสรุปว่าท้ายที่สุด แล้วพรรคการเมืองนั้นอาจจะโดนยุบดิฉันคิด ว่านี่ไม่ใช่ความผิดของสื่อมวลชนนะคะแต่ เพราะบริบทการเมืองไทยที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เกิดขึ้นบ่อยๆเกิดขึ้นจนขนาดที่สื่อและ สังคมสามารถคาดเดาได้ล่วงหน้าโดยไม่มีใคร สนใจข้อกฎหมายอีกต่อไปค่ะเมื่อไหร่ที่มี การพิพากษาคดีของพรรคการเมืองที่เป็นฝ่าย
ตรงข้ามกับผู้มีอำนาจทุกคนก็เชื่อไปก่อน แล้วค่ะว่าผลของมันจะออกมาเป็นโทษสำหรับ พรรคการเมืองนั้นๆสุดท้ายแทนที่สื่อต่างๆ สังคมจะวิเคราะห์ไปถึงข้อต่อสู้ทางกฎหมาย ก็กลายเป็นการวิเคราะห์คดีในฐานะ ยุทธศาสตร์ทางการเมืองของผู้มีอำนาจว่าจะ ชี้ไปในทิศทางไหนแทนรายงานฉบับนี้นะคะ สรุปเอาไว้ค่ะว่าการยุบพรรคการเมืองควรจะ เป็นเครื่องมือในการปกป้องประชาธิปไตยไม่ ใช่ทำลายประชาธิปไตยเสียเองค่ะปกป้องจาก การขึ้นสู่อำนาจของเผด็จการและระบอบการปก ครองอื่นที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยเท่านั้นและ เป็นกรณีจำเป็นที่ต้องทำค่ะถ้าไม่ทำแล้ว ระบบอื่นระบอบอื่นจะเข้ายึดปกครองและ
เปลี่ยนระบอบการปกครองไม่ให้เป็น ประชาธิปไตยแต่ทแต่ต้องทำสิ่งนี้เป็นสิ่ง สุดท้ายนะคะไม่ใช่สิ่งแรกไม่เช่นนั้นอาจ นำไปสู่การแทรกแซงขององค์กรอิสระอย่างที่ เป็นอยู่มายาวนานเกือบ 2 ทศวรรษในการ เมืองไทยและนี่เป็นประเด็นสำคัญหนึ่งค่ะ ที่อนุกรรมาธิการ ได้ศึกษาและรายงานเสนอความเห็นออกมาว่า ควรมีการแก้ไขกระบวนการยุบพรรคการเมือง ให้เป็นเช่นนั้นท่านประธานคะ ประวัติศาสตร์การเมืองที่ผ่านมาไม่ถึง 20 ปีอย่างน้อยๆมีการยุบพรรคการเมืองมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 7 พรรคค่ะสิ่งที่เกิดขึ้นมัน เป็นการยืนยันแล้วนะคะว่าระบอบ ประชาธิปไตยในประเทศไทยมันเปราะบางแค่ไหน
การยุบพรรคกลายเป็นเครื่องมือที่คนขี้ ขลาดแต่อยากมีอำนาจใช้เพื่อเข้าสู่อำนาจ โดยไม่ต้องแข่งขันอะไรเลย ค่ะทางเดียวนะคะที่ดิฉันคิดว่าเราจะหยุด หลูบวงจรเหล่านั้นได้คือรายงานฉบับนี้นี่ แหละค่ะและหวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นนะ คะในการทำนุบำรุงพรรคการเมืองให้เป็น สถาบันที่เข้มแข็งสามารถยึดโยงกับประชาชน ได้จริงๆและยุติวงจรที่มักง่ายกับระบอบ ประชาธิปไตยลงได้ค่ะสุดท้ายนี้นะคะดิฉัน ขอตั้งคำถามค่ะว่าในประเทศที่การยุบพรรค การเมืองที่มาจากฉันทามติของคนเป็นล้านๆ เสียงทำไมทำได้โดยง่ายจากความคิดเห็นของ คนแค่ไม่กี่คนคะแบบนี้เรายังเรียกว่า
ประชาธิปไตยที่เต็มปากอีกหรือไม่ดิฉันคิด ว่าวิญญูชนที่มีสามัญสำนึกตอบคำถามนี้ได้ ไม่ยากค่ะและท่านประธานคะดิฉันไม่อยากรบ กวนสภาแห่งนี้ไปมากกว่านี้นะคะเพราะอย่าง ไรก็ตามก็เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ค่ะ เพียงแต่ว่าถ้าพี่น้องประชาชน ที่รับชมอยู่ในขณะนี้อยากเห็นและเข้าใจวง จรการเมืองได้ชัดและลึกขึ้นดิฉันมีบทความ บทความนึงค่ะที่อยากแนะนำให้ไปอ่านชื่อบท ความ ว่าทำไมชนชั้นนำไทยจึงหน้าด้านขอบคุณค่ะ ขอขอบคุณสำหรับการรับชมอย่าลืมกดไลค์กด ติดตามและกดแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดข่าวสาร ของเรานะ ครับ
