ซึ่ง ทาง ด้าน ของ พล. ตำรวจ ตรี จรุณ เกียรติ ปานแก้ว ได้ กล่าว ถึง กรณี ของ การ ดำเนิน คดี ใน ครั้ง นี้ ว่า มัน ไม่ ใช่ การ น็อค หรือ การ เล่น งาน พล. ตำรวจ เอก สุรเชษฐ เพื่อ ประโยชน์ ส่วน ตัว ของ ใคร ทั้ง นั้น แต่ มัน เป็น การ เรียก ร้อง ความ เป็น ธรรม ให้ กับ สำนัก งาน ตำรวจ แห่ง ชาติ และ ประชา ชน ซึ่ง ก็ ได้ ย้ำ ว่า ตำรวจ นั้น ทำ งาน บน พื้น ฐาน ของ พยาน และ หลัก ฐาน ข้อ เท็จ จริง ไม่ ใช่ ตรรกะ หรือ ความ ขัด แย้ง ส่วน บุคคล หลัก ฐาน ที่ ได้ มา ทั้ง หมด นั้น ทั้ง มี อยู่ เดิม และ ที่ ได้ มา เพิ่ม เติม ล้วน แล้ว เป็น ประโยชน์
ต่อ รูป คดี ทั้ง นั้น รวม ไป ถึง คดี อื่น อื่น ที่ อยู่ ระหว่าง การ สอบ สวน ด้วย ซึ่ง ทาง ด้าน ของ พนักงาน สอบ สวน นั้น ก็ ได้ มี การ สอบ พยาน ที่ เกี่ยว ข้อง กับ หลาย เหตุ การณ์ หลาย ช่วง เวลา และ ยัง พบ ว่า พยาน และ หลัก ฐาน นั้น มี ความ สอด คล้อง กัน ซึ่ง ทาง ด้าน ของ พล. ตำรวจ ตรี จรุณ เกียรติ นั้น ยัง เปิด เผย อีก ว่า หนึ่ง ใน ปัจจัย สำคัญ ที่ ทำ ให้ พล. ตำรวจ เอก ภาค ภูมิ ตัด สิน ใจ ใน การ ออก มา เป็น พยาน ใน ครั้ง นี้ คือ ความ กด ดัน ที่ ครอบครัว นั้น ได้ รับ ซึ่ง โดย เฉพาะ บิดา ที่ เป็น นัก เรียน นาย ร้อย ตำรวจ
รุ่น ที่ 25 และ รัก องค์ กร ตำรวจ เป็น อย่าง ยิ่ง จน ถึง ขั้น เกิด ความ เครียด จาก กระแส ข่าว ที่ ทำ ให้ ครอบครัว นั้น เสื่อม เสีย ชื่อ เสียง จึง เป็น ฟาง เส้น สุด ท้าย ที่ ทำ ให้ พล ตำรวจ เอก ภาค ภูมิ นำ เอา หลัก ฐาน ทั้ง หมด มา มอบ ให้ กับ พนักงาน สอบ สวน พร้อม ยัง มี การ กล่าว ทิ้ง ท้าย เอา ไว้ บอก ว่า การ เปิด เผย ความ จริง ใน ครั้ง นี้ เปรียบ เสมือน กับ การ เปิด ประตู ตำรวจ รุ่น น้อง ที่ ถูก กด ทั มา นาน นับ 10 ปี ให้ ได้ ออก มา สู่ ความ ยุติธรรม และ ยืน ยัน ว่า ทุก อย่าง นั้น จะ เดิน ไป ตาม กระบวน การ ของ กฎ หมาย ทั้ง หมด ใคร
ผิด หรือ ใคร ถูก ก็ ต้อง พิสูจน์ กัน ใน กระบวน การ ยุติธรรม ไม่ ใช่ ว่า ความ รู้ สึก หรือ อคติ ส่วน ตัว ของ ใคร คน ใด คน
