ตื่นเต้น! ศาลรัฐธรรมนูญตกตะลึง พรรคก้าวไกลตัดงบประมาณรัฐสภา ไพบูลย์คือ…

ท่านประทานครับถ้าเราเชื่อตามตรรกะของคุณ ไพบูลย์และคณะนั่นหมายความว่าหลังจากนี้ พวกเราประชาชนชาวไทยจะต้องอยู่กับ รัฐธรรมนูญ 60 ไปนิรันดรเราจะไม่สามารถ ใช้กลไกตามระบบรัฐสภาใดๆเลยนะครับที่จะนำ ไปสู่การจัดทำรุ่งฉบับใหม่ได้นอกจากมีทาง เดียวคือรอให้มีคณะรัฐประหารชุดใหม่เข้า มาล้มล้างการปกครองฉีกรัฐธรรมนูญฉบับถาวร อันเนี้ยทิ้งเสียอีกครั้งหนึ่งแล้วด้วย ตรรกพิสดารแบบนี้นะครับคุณไพบูลย์และคณะ จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขอให้ ศาลมนูญวินิจฉัยว่ารัฐสภาไม่มีหน้าที่และ อำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี่คือ ประเด็นที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนะ
ครับหากพวกเรายังมีส่วนร่วมในการสร้าง บรรทัดฐานทางการเมืองแบบนี้ต่อไปในอนาคต ระบอบการเมืองของเราที่ควรจะอยู่ใต้ รัฐธรรมนูญควรจะปกครองด้วยรัฐธรรมนูญจะ กลายเป็นระบอบการเมืองที่ปกครองด้วยคำ วินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นระบอบ อะไรก็ไม่รู้การกระทำโดยชอบด้วย รัฐธรรมนูญโดยชอบด้วยกฎหมายไม่สำคัญเท่า กับการกระทำตามที่ศาลรัฐธรรมนูญชอบนี่ เป็นประเด็นใหญ่นะ ครับท่านประธานครับยัดติดนี้มันเกิดขึ้น ก็สืบเนื่องจากการที่มีสมาชิกรัฐสภาได้ เข้าชื่อการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่ม เติมเพื่อให้มีการเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วย การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยบัญญัติให้
มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นเป็นผู้ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งปัจจุบันนี้ มีการยื่นไปแล้ว 2 ร่างก็คือร่างแรกที่ ยื่นไปก่อนก็คือร่างของพรรคเพื่อไทยนำโดย ท่านชูศักดิ์สิรินิจและคณะร่างที่ 2 ก็ ยื่นตามไปด้วย สมาชิกรัฐสภาจากพรรคก้าวไกลแต่ปรากฏว่านะ ครับเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางเลขาธิการรัฐสภาก็ได้ทำหนังสือแจ้งไป ยังท่านอาจารย์ชูศักดิ์และ คณะแจ้งให้ทราบว่าท่านประธานรัฐสภาที่ เคารพได้พิจารณาไม่บรรจุร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข เพิ่มเติมของท่านอาจารย์ชูศักดิ์และคณะ เข้าสู่การพิจารณาของ
รัฐสภาด้วยเหตุผลว่าร่างแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญของท่านอาจารย์ชูศักดิ์และคณะ นั้นมิใช่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ราย มาตราแต่เป็นการยกเลิก รัฐธรรมนูญพ.ศ 256 0 ตามคำวินิจฉัยศาล รัฐธรรมนูญที่ 4/26 4 นี่ผมอ่านตามคำในหนังสือเลยนะ ครับที่ผมเห็น สำเนาดัง นั้นเมื่อท่านประธานเห็นว่าร่าง รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของท่านชูศักดิ์ และคณะมิใช่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รายมาตราประธานรัฐสภาจึงไม่สามารถบันจุ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญดังกล่าว เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาตามข้อ บังคับที่ 119 ได้เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นท่าน
ชูศักดิ์สินินและคณะจึงเสนอยัตติที่เรา กำลังพิจารณากันอยู่ในวันนี้ผมทวนขอ อนุญาตทวนที่มาที่ไปนะครับจะได้เข้าใจว่า ประเด็นมันอยู่ตรง ไหนท่านา ครับพวกผมเองเข้าใจความตั้งใจดีของผู้ เสนอ ยติและยืนยันว่าเราไม่ปรารถนาจะขัดขวาง ยัตตินี้แต่อย่าง ใดอย่างไรก็ตามพวกผมสมาชิกรัฐสภาจากพรรค เกล้าไกลมีความจำเป็นที่จะต้องขอสงวนความ เห็นไว้ต่อที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้นี้ใน 2 ประเด็น สำคัญประเด็นแรกพวกเราเห็นว่าการที่ท่าน ประธานไม่บรรจุร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่ม เติมของท่านชูศักดิ์และคณะเข้าสู่การ พิจารณาของรัฐสภา นั้นเป็นการใช้ดุลทิตที่ไม่เป็นไปตาม
รัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุม รัฐสภารวมทั้งไม่เป็นไปตามคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญอย่างที่ท่านอ้าง ด้วยประเด็นที่ 2 ในกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นนี้พวกเราใน ฐานะสมาชิกรัฐสภาไม่มีความจำเป็นใดๆเลยนะ ครับให้ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าพวกเรามีอำนาจที่จะพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่บัญญัติ ให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือ ไม่พูดง่ายๆนะ ครับรัฐสภาไม่จำเป็นต้องไป ถามหรือขออนุญาตตุลาการ 7 คนในสิ่งที่พวก เรามีอำนาจชัดเจนอยู่แล้วในฐานะฝ่าย นิติบัญญัติตาม รัฐธรรมนูญ ซึ่งการยื่นให้ศาลมนูญวินิจฉัยโดยไม่
จำเป็นเป็นนั้นยังมีปัญหาอย่างอื่นด้วย ครับเพราะมันสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นการไป เปิดช่องหรือสนับสนุนให้ศาล รัฐธรรมนูญขยายอำนาจของตนเองจนเสียสมดุล ทางอำนาจระหว่างในระบบรัฐสภาระหว่างฝ่าย นิติบัญญัติกับศาลรัฐธรรมนูญมากขึ้น เรื่อยๆอีก ด้วยท่านประธานสภาที่เคารพครับทำไมพวกผม จึงเห็นว่าการใช้ดุลพินิจของท่านประธานใน การไม่บรรจุร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ดังกล่าวนั้นเข้าสู่สภาไม่ถูก ต้องพวกผมเห็นด้วยทุกประการนะครับกับข้อ โต้แย้งของผู้เสนอ ยติที่ยืนยันว่าการเสนอร่างแก้ไขเพิ่ม เติมรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มเติมหมวดการจัด ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นยังไม่ใช่การจัด
ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพราะการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเกิดขึ้น ได้ก็ต่อเมื่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่ม เติมนี้ได้ผ่านการเห็นชอบของ รัฐสภาในวาระที่ 3 และผ่านการทำประชามติของประชาชนตามที่ รัฐธรรนูญกำหนกำหนดไว้อยู่แล้วตามมาตรา 256 ง 8 แล้วเท่านั้นนะ ครับนอกจากนี้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่ม เติมของท่านชูศักดิ์และคณะเนี่ยก็ไม่มีบท บัญญัติใดๆเลยที่ขัดต่อ รัฐธรรมนูญซึ่งรัฐธรรมนูญก็ได้ห้ามไว้ว่า ห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญ เฉพาะที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐเท่า
นั้นนะครับที่ห้ามเอา ไว้ดังนั้นการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข เพิ่มเติมของท่านชูศักดิ์และคณะซึ่งก็ ต้องพูดเผื่อต่อแของพรรคเก้าวไกล ด้วยจึงเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ รายมาตราที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเป็นไป ตามข้อบังคับของการประชุมรัฐสภาแล้วทุก ประการส่วนที่ท่านยังเห็นด้วยว่าร่างใกล้ ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของท่านชูศักดิ์และ คณะนั้นมิใช่ร่าง รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตราแต่เป็น การยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 ตามคำ วินิจฉัยศาลธรรมนูญที่ 4/26 4 ดังนั้น จึงบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมของ รัฐสภาไม่ได้นั้นอันนี้ไปกันใหญ่เลยนะ
ครับเรื่องนี้ไปกันใหญ่เพราะถ้าท่าน ประธานไปอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/64 โดยละเอียด แล้วผมยืนยันว่าไม่มีข้อความตรงไหนเลย ครับ ที่บอกว่าที่วินิจฉัยว่านะครับร่าง รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้มีหมวดการจัด ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มิใช่ร่างแก้ไขเพิ่ม เติมรายมาตราจึงไม่สามารถบรรจุให้ รัฐสภาพิจารณานะครับได้ตามรัฐธรรมนูญและ ข้อบังคับการประชุม รัฐสภาศาลรัฐธรรมนูญเพียงแต่เห็นว่านะ ครับผมจะพูดเฉพาะเห็นว่าก่อนยังไม่ใช่คำ วินิจฉัยนะครับเป็นเพียงความเห็นประกอบคำ วินิจฉัยเท่านั้นธรรมนูญเห็นว่าวิธีการ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้มีหมวด
15/1 ย่อมมีผลเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ 2560 หากรัฐสภาต้องการจัดทำรัฐมนูญฉบับ ใหม่ต้องจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนา รัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติ ก่อนที่จะเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่ม เติมเข้าสู่ สภาแล้วถ้าไปอ่านให้ละเอียดมากขึ้นในคำ วินิจฉัยส่วนบุคคลของตุลการสาธรรมนูญแล้ว ตามที่ท่านลิตนะครับสมาชิกรัฐสภาจากพรรค เก้าไกลได้อธิบายโดยละเอียดแล้วเนี่ยก็จะ พบว่าตุลาการเสียงส่วนใหญ่เห็น ว่าควรทำประชามติ 2 ครั้งเท่านั้นคือ ครั้งแรกหลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข เพิ่มเติมผ่านรัฐสภาวาระที่ 3 แล้วแล้วครั้งต่อมาก็คือหลังจาก
ที่มีร่างรัฐธรรมนูญนะครับสภาร่างมนูญจัด ทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่เสร็จแล้วครับบอกไว้ แค่นี้ ครับยิ่งไปกว่านั้นนะครับหากท่านประธาน อ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ท่านอ้าง เนี่ยให้ ดีจะเห็นว่าคำวินิจฉัยที่ 4 ท 2564 2564 นั้นเกิดขึ้นนะครับจากคำร้องของคุณ ไพบูลย์นิติตะวันและ คณะซึ่งคุณไพบูลย์นิติตะวันและคณะเนี่ยนะ ครับเห็นว่านะครับฟังดีๆนะครับการที่ สมาชิกรัฐสภาในขณะนั้นเนี่ยเสนอร่าง รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้มีหมวดการจัด ทำรัฐธรรมนูญฉบับ ใหม่ถือเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่รัฐธรรมนูญ 60 ศูนั้นไม่ได้มีบท
บัญญัติใดให้อำนาจรัฐสภาในการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้ต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับบางฉบับเช่นฉบับ ชั่วคราวหลังรา รัฐประหารที่มีบทบัญญัติในการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้ชัดเจนดังนั้นเมื่อ รัฐธรรมนูญ 60 ไม่ได้มีบทบัญญัติในการจัด ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้รัฐสภาจึงมีอำนาจ ทำได้เฉพาะการแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตราเท่า นั้นย้ำนะครับไม่ใช่คำวินิจฉัยธรรมนูญนะ ครับเป็นคำร้องเป็นความเห็นของผู้ร้องให้ สา วินิจฉัยแล้วคุณไพบูลย์และคณะก็เห็นต่อ ว่านะ ครับรัฐสภาจึงไม่มี อำนาจเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ให้มีการจัดทำรรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้ง
ฉบับได้ยิ่งไปกว่านั้นคุณไพบูลย์และคณะ ยังเห็นว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญดังนั้นแม้กระทั่งการทำ ประชามติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 166 เรื่องการจัดทำรุ่นฉบับใหม่เครับให้ ไปทำประชามติตามรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ แล้วไปถามว่าเห็นด้วยมยจะทำฉบับใหม่เนี่ย คุณไพบูลย์และคณะก็เห็นว่าทำไม่ได้ด้วยขั รัฐธรรมนูญไม่ใช่คำวินิจฉัยนะครับความ เห็นผู้ร้องท่านประธาน ครับถ้าเราเชื่อตามตรรกะของคุณไพบูลย์และ คณะนั่นหมายความว่าหลังจากนี้พวกเราประชา ชนชาวไทยจะต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญ 60 ไป นิรันดรเราจะไม่สามารถใช้กลไกตามระบบ
รัฐสภาใดๆเลยนะครับที่จะนำไปสู่การจัดทำ รุ่นฉบับใหม่ ได้นอกจากมีทาง เดียวคือรอให้มีคณะรัฐประหารชุดใหม่เข้า มาล้มล้างการปกครองฉีกรัฐธรรมนูญฉบับถาวร อันเนี้ยทิ้งเสียอีกครั้ง หนึ่งแล้วด้วยตรรกพิสดารแบบนี้นะครับคุณ คุณไพบูลย์และคณะจึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่านี่เป็นประเด็นที่ขอให้ วินิจฉัยนะครับท่านประธานฟังดีๆขอให้สนม วินิจฉัยว่ารัฐสภาไม่มีหน้าที่และอำนาจใน การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี่คือประเด็น ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนะ ครับซึ่งหมายความว่าถ้าสาวินิจฉัยตามที่ คุณไพบูลและคณะร้องไปเนี่ยการพิจารณาร่าง รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขณะนั้นนะครับใน
สภาซึ่งอยู่ในวาระที่ 2 อยู่นะครับกำลัง รอค่าวาระที่ 3 เนี่ยจะดำเนินการต่อไม่ ได้ในทางกลับกันนะครับหากศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่ารัฐสภามีหน้าที่และอำนาจในการ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ในคำร้องของ คุณไพบูลย์เองเนี่ยก็บอกว่าก็ให้รัฐสภา ดำเนินการลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่ม เติมในวาระที่ 3 ต่อ ไปประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้นะครับสุดท้ายนะ ครับศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัยอย่างที่ คุณไพบูลย์และคณะมีความเห็นเลยนะครับแล้ว ก็ไม่ได้วินิจฉัยตรงไหนเลยด้วยว่าให้จัด ทำประชามติก่อนที่รัฐสภาจะพิจารณาร่าง รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ในขณะนั้นนะครับไม่ได้บอกด้วยนะครับให้
เป็นทำประชาติก่อนแต่ศาลวินิจฉัยว่าไง ครับศาลวินิจฉัยว่าฟังดีๆนะครับท่าน วินิจฉัยว่ารัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนา รัฐธรรมนูญได้รวงประชามติเสียก่อนว่า ประชาชนประสงค์จะให้มีรัรัฐธรรมนูญฉบับ ใหม่หรือไม่และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่เสร็จแล้วต้องให้ประชาชนลง ประชามติเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่อีกครั้งนี่ผมลอกมาเลยนะครับคำ วินิจฉัยมีแค่นี้จริง ๆไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยนะครับกับประเด็นที่ ท่านประธานอ้างว่าไม่สามารถบรรจุร่างมูญ แก้ไขเพิ่มเติมของท่านชูศักดิ์และคณะได้
ศาลรัฐธรรมนูญไม่เคยวินิจฉัยว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญให้มีหมวดการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ถือเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ ปี 2560 และดังนั้นจึงไม่ถือเป็นการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ รัฐธรรมนูญอนุญาตให้ทำได้นะครับ ครับดัง นั้นความเห็นดุลพินิจของท่านประธานมันมี ปัญหานะครับมันไม่ตรงไม่ได้เป็นไปตามคำ วินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ท่านอ้างแล้ว ยิ่งถ้าไปอ่านคำวินิจฉัยส่วนบุคคลของ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ยิ่งชัดเจนว่าร่าง รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้มีหมวดการจัด ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นสามารถทำได้ไม่ จำเป็นต้องทำประชามติก่อนบรรจุเข้าสู่สภา
ด้วยเพราะเสียงส่วนใหญ่บอกว่าควรทำ 2 ครั้งหลังผ่านวาระที่ 3 แล้วหลังจากที่ สภารัฐธรรมนูญจัดทำเสร็จแล้วให้ให้ประชา ชนเจ้าของอำนาจนะครับผู้ทรงอำนาจสถาปนา รัฐธรรมนูญเนี่ยเห็น ชอบแค่นั้นเอง ครับท่านประธานครับสุดท้ายเมื่อเกิดปหา ว่าประธานรัฐสภาใช้ดุลยพินิจไม่บรรจุร่าง รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่ม เติมแล้วทำไมพวกผมถึงเห็นว่ารัฐสภาไม่ จำเป็นต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐมนูญ วินิจชัย เหตุุผลเพราะว่าเมื่อพิจารณาตาม รัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ประกอบกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ได้ อภิปรายทั้งไปทั้งทั้งหมดแล้วนะนะครับมัน ชัดเจนอยู่แล้วว่ารัฐสภามีอำนาจจัดทำ
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้และการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข เพิ่มเติมให้มีหมวดการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ทำได้โดยไม่จำเป็นต้องทำประชามติ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 1 วาระที่ 2 นะ ครับทว่า เมื่อท่านประธานมีดุลพินิจไปอีกอย่างนึง พวกผมเห็นว่า รัฐสภายังสามารถหาข้อยุติเรื่องนี้ได้ ด้วยกลไกของรัฐสภา เองเช่นนะครับพวกเราสามารถเสนอยติให้ สมาชิกรัฐสภาปรึกษาหารือก็ได้แสดงความคิด เห็นก็ได้หรือลงมติเรื่องนี้ก็ได้นะครับ ว่าเห็นด้วยหรือไม่ให้เห็นด้วยกับ ดุลยพินิจของประธานสภาแล้วสุด ท้ายผมเชื่อนะครับว่าเมื่อเสียงส่วนใหญ่ ของสมาชิกรัฐสภาเห็นอย่าง
ไรท่านประธานสภาก็คงจะดำเนินการไปตามนั้น ล่ะ ครับเราตีความ รัฐธรรมนูญตีความอำนาจของตัวเองได้โดยไม่ ต้องไปขออนุญาต ใครประเด็นสำคัญ นอกจากนี้คือเมื่อไม่มีเหตุจำเป็นต้องไป ถามหรือขออนุญาตศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องที่ เรามีอำนาจอยู่แล้วพวกผมในฐานะสมาชิก รัฐสภาก็ไม่ สนับสนุนให้เรายื่นคำร้องไปยังศาล รัฐธรรมนูญอีกเพราะในอดีตที่ผ่านมาการ ยื่นคำร้องให้ศาลธรรมนูญวินิจฉัยหลาย ครั้งกลายไปเป็นการเปิดช่องหรือสนับสนุน ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยขยายอำนาจของตน เองหรือบางครั้งก็ตีความรัฐธรรมนูญเกินบท บัญญัติของรัฐธรรมนูญ ด้วยตัวอย่างบางตัวอย่างเพื่อนสมาชิกก็
ได้อภิปรายไปบ้างแล้วผมขออนุญาตไม่พูดซ้ำ นะ ครับท่านประธาน ครับปัจจุบันเราปฏิบัติต่อส์ศาล รัฐธรรมนูญในลักษณะที่กำลังทำให้ศาล รัฐธรรมนูญกลายเป็นผู้ผูกขาดตีความ รัฐธรรมนูญแต่เพียงผู้เดียวไปแล้วศาล รัฐธรรมนูญกำลังกลายเป็นรัฐธรรมนูญเสีย เองวินิจฉัยยังไงก็ได้โดยบางครั้งไปถาม นักนิติศาสตร์ยังอธิบายคำวินิจฉัยศาล รัฐธรรมนูญว่ามันตรงตามหลักกฎกฎหมายหรือ ตรงตามรัฐธรรมนูญไม่ได้เลยนะ ครับแต่อาศัยอำนาจที่อ้างว่าและท่าน ประธานก็อ้างด้วยนะครับว่าคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์ กรบีบให้สถาบันทางการเมืองอื่นสยบ ยอมทั้ง
สิ้นยอมจำนนกัน หมดหากพวกเรายังมีสุสนร่วมในการสร้าง บรรทัดฐานทางการเมืองแบบนี้ต่อไปในอนาคต ระบอบการเมืองของเราที่ควรจะอยู่ใต้ รัฐธรรมนูญควรจะปกครองด้วย รัฐธรรมนูญจะกลายเป็นระบอบการเมืองที่ปก ครองด้วยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญซึ่ง เป็นระบอบอะไรก็ไม่ รู้การ กระทำโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญโดยชอบด้วยกฎ หมายไม่สำคัญเท่ากับการกระทำตามที่ศาล รัฐธรรมนูญ ชอบนี่เป็นประเด็นใหญ่นะ ครับท่านประธานครับด้วยเหตุและผลที่ผม กล่าวมาทั้งหมดพวกผมสมาชิกรัฐสภาจากพรรค ก้าวไกลจึงขอสงวนความเห็นไว้ในที่ประชุม รัฐสภาแห่งนี้
ด้วยการงดออกเสียงนยติ นี้ไม่ใช่เพราะต้องการการขัดขวางการทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับและไม่ใช่เพราะ ต้องการขัดขวางยัตติของท่านชูศักดิ์และ คณะเพราะผมเชื่อเหลือเกินครับเพราะว่าใน วันนี้เสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภาซึ่งมาจากสส ฝั่งรัฐบาลเนี่ยมากพออยู่แล้วที่จะทำให้ ยัติฉบับนี้ผ่านไปได้โดยไม่มีปัญญหา แต่พวกผมขออนุญาตงดออกเสียงไม่ขวางแต่ขอ งดออกเสียงเพื่อส่งเสียงเตือนให้รัฐสภา แห่งนี้ช่วยกันทบทวนและแก้ไขระบบการเมือง ของพวกเราในอนาคตเพื่อให้ระบอบ ประชาธิปไตยของเรามีดุลยภาพระหว่างสถาบัน การเมืองต่างๆโดยมีอำนาจของประชาชนเป็น
อำนาจสูงสุดขอบคุณครับขอขอบคุณสำหรับการ รับชมอย่าลืมกดกดติดตามและกดแจ้งเตือน เพื่อไม่พลาดข่าวสารของเรานะ ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *