คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมราชวงศ์จักรีที่ดู เหมือนจะมั่นคงดึกผูกผาถึงเคยเดินมาจนสุด ขอบเหวแห่งการล่มสลายวันนี้เราจะพาย้อน เวลากลับไปดูภาพที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ที่สุดในประวัติศาสตร์สยามภาพแรก คือภาพแห่งความรุ่งโรจนในสมัยสมเด็จพระ พุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงมีพระ ราชโอรสและพระราชธิดารวมกันถึง 77 พระ องค์ลองจินตนาการดูสิครับพระราชราชโอรส มากมายเดินขวักไขว่เต็มพระลานหลวงสาย เลือดแห่งจักรีแผ่ขยายกิ่งก้านสาขาไปทั่ว สารทิตดูเหมือนว่าปัญหาเรื่องการขาดแคลน ทายาทจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยใน ยุคสมัยนั้นแต่แล้ว[เพลง]ภาพที่ 2 กลับ
เป็นความเงียบงันที่น่ากลัวในสมัยต่อมา เมื่อเข้าสู่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ความอุดมสมบูรณ์นั้นกลับหายไปร้าวกับต้อง คำสาปจากพี่น้องชายหญิงเกือบ 80 ชีวิต กลับกลายเป็นว่าพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ต้องทรงครองราชย์อย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางความคาดหวังนี่ไม่ใช่เรื่อง บังเอิญและนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของสุขภาพ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับชาติคุณผู้ ชมลองคิดตามผมดูนะครับในขณะที่ รัชกาลที่ 5 ทรงสร้างรากฐานความมั่นคง ด้วยจำนวนทายาอัดรัชกาลที่ 6 กลับต้อง เผชิญกับทางตันทางสายเลือดหรือปลอด
แดแอนเป็นเวลานานกว่า 15 ปีในรัชกาลพระ องค์ทรงครองตัวเป็นโสดอยู่นานจนเกิดคำถาม ซุบซิบไปทั่วพระนครว่าราชวงศ์[เพลง]จักรี จะสิ้นสุดลงที่รัชกาลนี้หรือไม่ทำไมถึง เป็นเช่นนั้นนี่คือคำสาปหรือเป็นชะตารม ที่ถูกกำหนดไว้นักวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ หลายคนมองว่าอ่านี่คือผลพวงของการเปลี่ยน แปลงโลกทัศน์รัชกาลที่ 6 ทรงเป็นนักเรียน นอกทรงรับวัฒนธรรมทำตะวันตกมาอย่างเต็ม เปี่ยมแนวคิดเรื่องผัวเดียวเมียเดียวหรือ มนามาเม กดดันจากจารีดประเพณีที่ต้องการให้ กษัตริย์มีทายาทชายจำนวนมากเพื่อความมั่น คงก็ยังคงกดทัพพระองค์อยู่ความขัดแย้งใน
ใจของพระองค์นี้เองคือจุดเริ่มต้น ของวิกฤตการที่สั่นคลอนบัลลังก์ตลอดระยะ เวลาอันยาวนานพระองค์ทรงพยายามค้นหาคู่ครองที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่เพื่อผลิตทายาทแต่ต้องเป็น [เพลง]สตรีคู่คิดที่ทันสมัยและทัดเทียม กันเราได้เห็นความพยายามนั้นผ่านการมั่น หมายกับพระองค์เจ้าวันเทวีและพระนางเจ้า รักสมีลาวัลแต่ท้ายที่สุดทุกอย่าง ก็จบลงด้วยความล้มเหลวหรือความเงียบและใน ขณะที่เวลากำลังเดินไปข้างหน้าอย่างไม่ หยุดหยัง[เพลง]สุขภาพของพระองค์ก็เริ่ม ส่งสัญญาณอันตรายเมื่อมาถึงช่วงปลาย ราชการบรรยากาศในวังหลวงเต็มไปด้วย
ความตึงเครียดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สัมผัสได้ด้วยความรู้สึกลองจินตนาการ ถึงกระดานหมากรุกที่เหลือเวลาเพียง ไม่กี่วินาทีกษัตริย์กำลังถูกรุกคาดด้วย โรคภัยไข้เจ็บพระพลานามัยของรัชกาลที่ 6 ทรุดลงอย่างรวดเร็วแต่ทว่า กระดานนั้นยังไม่มีตัวหมากตัวสำคัญที่ สุดนั่นคือรัชทายาทในวินาทีที่ทุก คนคิดว่าเกมจบแล้ว และอำนาจคงต้องถูกส่งต่อไปยังพระอนุชาตาม กฎมณเฑียนบานจู่ๆก็มีตัวหมากใหม่ปรากฏ ขึ้นบนกระดานนั่นคือการก้าวเข้ามาของ สุภาพสตรีสามัญชนนามว่าคุณเครือแก้ว อภัยวงศ์หรือที่เราจะรู้จักกันในนามพระ
นางเจ้าสุวรรนาพระวรชเทวีการปรากฏตัวของ ท่านไม่ใช่เรื่องบังเอิญและไม่ใช่แค่ เรื่องราวความรักโรแมนติแบบในนิยายแต่นี่ [เพลง]คือการวางหมากครั้งสุดท้ายของ รัชกาลที่ 6 เพื่อต่อลมหายใจให้[เพลง]กับ สายเลือดโดยตรงของพระองค์ทำไมผมถึงกล้า วิเคราะห์เช่นนั้นคุณผู้ชมลองสังเกตไทม์ไลน์หรือลำดับเวลาให้ดีนะครับ ในช่วงเวลาที่พระองค์ทรงเริ่มประชวนหนัก เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ข่าวการทรงพระ ครรภ์ของคุณเครือแก้วถูกเปิดเผยออกมามัน คือแสงสว่างวาบสุดท้ายท่ามกลางความมืดมิด ของราชสำนักการตัดสินใจสถาปนาคุณเครือ แก้วขึ้นเป็นเจ้าจอมสุวัฒนาและต่อมา
เลื่อนยศขึ้นอย่างรวดเร็ว จนถึงขั้น เป็นพระนางเจ้าสุวรราพระวรราชเทวี ในช่วงโค้งสุดท้ายของชีวิตพระองค์คือ สัญญาณทางการเมืองที่ชัดเจนที่สุดพระองค์ ไม่ได้แค่ต้องการยกย่องภรรยาแต่พระองค์ กำลังสร้างฐานอำนาจให้กับแม่ของลูกนี่คือ การเตรียม การสำหรับอนาคตที่พระองค์ อาจจะไม่ได้อยู่เห็นหากทารกในครรภ์เป็น พระราชโอรสพระนางเจ้าสุวรรนาจะกลายเป็น ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทันทีอำนาจทั้ง หมดจะถูกดึงกลับมารวมศูนย์ที่สายเลือดของ รัชกาลที่ 6 อีกครั้งนี่คือเดิมพันธ์ที่ สูงที่สุดเท่าที่กษัตริย์พระองค์หนึ่งจะ ทำได้แต่ทว่าในเกมแห่งอำนาจและโชคชะตานี้
พระองค์ทรงควบคุมได้ทุกอย่างยกเว้นสิ่ง เดียว นั่นคือธรรมชาติในขณะที่พระ ครรภ์ของพระนางเจ้าสุวรรษนาแก่ลงทุกวัน พระอาการประชวนของรัชกาลที่ 6 ก็ ทรุดลงทุกวินาทีเช่นกันมันคือการแข่งวิ่ง มาราธรระหว่างความตายและการกำเนิดใครจะ เข้าเส้นชัยก่อนกันลองจินตนาการถึงความกด ดันที่ถาโถงใส่พระนางเจ้าสุวรรนา สตรีสามัญชนที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในวังได้ ไม่นานเธอแบกรับความหวังของทั้งราชวงศ์ และความมั่นคงของประเทศไว้ในหน้าท้องของ เธอสายตาของขุนนางข้าราชบริพารและเชื้อ พระวงทุกพระองค์ต่างจับจ้องมาที่เธอฝ่าย หนึ่งภาวนาขอให้เป็นชายเพื่อสืบสา
อำนาจอีกฝ่ายหนึ่งอาจจะกำลังภาวนา ให้เป็นหญิงหรือภาวนาให้เกิดความเปลี่ยน แปลงเพื่อให้อำนาจเปลี่ยนมือนี่คือ บรรยากาศของวังหลวงในช่วงปลายปี พุทธศักราช 2468 มันไม่ใช่แค่ความเศร้าโศกของการใกล้ สวรรคต แต่มันคือความหวาดระแวงและการรอคอย ที่น่าสะพึงกลัวและแล้ววินาทีแห่ง ประวัติศาสตร์ก็มาถึงวันที่ 24 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2468 คือวันที่ยาวนานที่สุดใน
ประวัติศาสตร์ของ ราชสำนักสยามในขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า บรรยากาศภายในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เต็มไปด้วยความเงียบงันที่น่าขนลุกเสียง เดียวที่ดังก้องอยู่ในความรู้สึกของทุกคน
คือเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาลงเรื่อยๆของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่ หัวแต่ในอีกมุมหนึ่งของพระราชวังนะพระที่ นั่งเทพสถานพิราชกลับเต็มไปด้วยความ วุ่นวายและความเจ็บปวดของการให้กำเนิดพระ นางเจ้าสุวรรษนากำลังต่อสู้กับความเจ็บ ปวดเพื่อนำชีวิตใหม่ลืมตาดูโลกนี่ คือช่วงเวลาที่ผมเรียกว่า 24 ช่โมงชี้ ชะตาแผ่นดินลองจินตนาการดูนะครับฝ่าย หนึ่งคือกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังจะ จากไปอีกฝ่ายหนึ่งคือทารกน้อยที่กำลังจะ มาแทนที่มันคือการสวนทางกันของชีวิตและ ความตายที่น่าสะพึงกลัวที่สุดในเวลานั้น เขารื้อแพร่สะพัดไปทั่วพระนครคุณนางแบ่ง
ออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจนฝ่ายหนึ่ง เตรียมการสำหรับการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินไป สู่สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้า ประชาธิปกหากทารกเป็นหญิงหรือหากพระ มหากษัตริย์สวสวรรคตก่อนแต่อีกฝ่ายหนึ่ง ยังคงยึดมั่นในความหวังสุดท้ายพวกเขา ภาวนาขอให้เสียงอุแวแรกที่ดังขึ้นเป็น เสียงของพระราชโอรสเพราะนั่นหมายถึงอำนาจ จะยังคงอยู่และระบอบผู้สำเร็จราชการจะ เกิดขึ้นทันทีทุกวินาทีที่ผ่านไปคือเดิม พันธุที่สูงขึ้นเรื่อยๆพระอาการของล้น 9 รัชกาลที่ 6 หนักจนแทบไม่รู้สึกพระองค์ แต่ราวกับปาฏิหาริย์พระองค์ยังคง ทรงฝืนพระวรประกายเหมือนกำลังรอคอยสัญญาณ
บางอย่างสัญญาณที่จะบอกว่าแผนการสุดท้ายของพระองค์สำเร็จหรือไม่แลแล้วใน ช่วงเวลาเกือบเที่ยงวันของวันที่ 24 พฤศจิกายนข่าวใหญ่ก็ถูกส่งตรงจากห้อง ประสูติมายังห้องบรรทมทารกคลอดแล้วแข็ง แรงสมบูรณ์ดีแต่นี่คือจุดที่ดราม่าที่สุด ของเรื่องราวทั้งหมดเพราะคำถาม สำคัญไม่ใช่แค่แข็งแรงไหมแต่คำถามที่ตัด สินทุกอย่างคือเป็นผู้ชายชายหรือผู้หญิง คำตอบนั้นสั้นง่ายแต่ทรงพลังพอที่จะ เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ไทยไปตลอดกาล เป็นพระราชธิดาวินาทีที่คำว่าพระราชธิดา หลุดออกมามันเหมือนกับฟ้าผ่าลงกลางวงล้อม ของผู้ทรงรับภักดีสำหรับพ่อคนหนึ่งนี่
คือข่าวดีที่สุดที่ลูกสาวปลอดภัย แต่สำหรับกษัตริย์ผู้กำลังวางหมากการ เมืองนี่คือความพ่ายแพ้ต่อโชคชะตาทำไมผม ถึงพูดเช่นนั้นเพราะตามกฎบนเทียนบานว่า ด้วยการสืบราชสันตติวงศ์พระราชธิดาหรือ ผู้หญิงไม่มีสิทธิในการขึ้นครองราชย์แทน การที่จะให้พระนางเจ้าสุวรรษนะเป็นผู้ สำเร็จราชการและดึงอำนาจกลับมาสู่สาย เลือดของรัชกาลที่ 6 จึงพังทลายลงในพริบ ตาแม้พระองค์จะทรงพระเมตตาและทรงตั้งพระ นามพระราชธิดาน้อยว่าเจ้าฟ้าเพชร รัตนราชสุดาแต่ในทางการเมืองอำนาจได้หลุด ลอยไปแล้วมีบันทึกเล่าว่าเมื่อมหาดเล็ก อัญเชิญพระราชธิดามาเฝ้าที่ข้างพระที่
นั่งล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ซึ่งขณะนั้นพระ อาการหนักมากแล้วได้ทรงพยายาม เอื้อมพระหัตถ์มาสัมผัสลูกน้อยเป็นครั้ง แรกและครั้งสุดท้ายน้ำพระเนตรไหลรินอาบ พระพักน้ำตานั้นสื่อถึงอะไรอาจจะเป็นความ รักของพ่อหรืออาจจะเป็นความเสียใจที่พระ องค์รู้ดีว่าทันทีที่พระองค์สิ้นลมหายใจ ในอีกไม่กี่ชั่วโมงโมงข้างหน้าชะตากรรม ของ 2 แม่ลูกคู่นี้จะเปลี่ยนไปตลอด กาลพวกเธอจะไม่ได้เป็นศูนย์กลางอำนาจอีก ต่อไปแต่จะกลายเป็นเพียงสัญลักษณ์ของยุค สมัยที่ผ่านพ้นและก็เป็นไปตามนั้นเพียง 1 วันหลังจากได้ทอดพระเนตรเห็นหน้าลูกสาว รัชกาลที่ 6 ก็เสด็จสวรรคตในวันที่ 26
พฤศจิกายนบัลลังก์ถูกส่งต่อไปยังพระอนุชา คือรัชกาลที่ 7 ทันทีตามกฎมณเฑียน บานภาพความรุ่งโรจนที่เราเคยจินตนการว่า พระนางเจ้าสุวรรนาจะนั่งเคียงคู่พระ ราชโอรสบนบัลลังก์ทองกลายเป็นเพียงภาพฝัน สัญญาณทางการเมืองเปลี่ยนทิศทางอย่าง รุนแรงข้าราชบริพารที่เคยห้อมล้อมก็เริ่ม ถอยห่างนี่คือความโหดร้ายของวังหลวงเมื่อ อำนาจเปลี่ยนมือความสำคัญก็เปลี่ยนไปแต่ เรื่องราวไม่ได้จบลงแค่ความเศร้าเพราะ สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือการเอาตัวรอด ของพระนางเจ้าสุวรรนา และเจ้าฟ้าหญิงองค์น้อยในยุคสมัยใหม่ที่ กำลังจะมาถึงยุคที่ระบอบสมบูรณาสิทธิราช
กำลังจะถูกท้าทายเมื่อแผ่นดินผลัดเปลี่ยน เข้าสู่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระ ปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 บรรยากาศ รอบตัวของพระนาง[เพลง]เจ้าสุวรรษนาและ เจ้าฟ้าเพชรรัตนะก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้น เชิงจากที่เคยเป็นจุดศูนยรวมความสนใจเป็น ความหวังของคนทั้งชาติตอนนี้แสง สปอร์ตไลท์ได้ส่องไปที่พระมหากษัตริย์พระ องค์ใหม่และสมเด็จพระบรมราชินีรัมย์ไพันิ คือสิ่งที่ผมเรียกว่าสัญญาณของการถูกลดบท บาทหรือ The Signal of marginalization คุณผู้ชมลองสังเกตดูนะครับในทางการเมือง การมีอยู่ของทายาทสายตรงของรัชกาลก่อนมัก จะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเสมอโดยเฉพาะ
เมื่อทายาทนั้นยังเป็นทารกและแม่ของทารก ก็ยังสาวและมีฐานะเป็นถึงพระนางเจ้าหาก พระนางเจ้าสุวรรนาไม่ระมัดระวังตัวหากพระ องค์แสดงท่าทีต้องการอำนาจหรือเรียกร้อง สิทธิมากเกินไปประวัติศาสตร์อาจจะ ซ้ำรอยโศกนาฏกรรมที่เราเคยเห็นในละคร พีเรียสแต่สิ่งที่พระนางเจ้าสุวรรนาเลือก ทำ คือสิ่งที่ฉลาดและน่ายกย่องที่ สุดพระองค์เลือกที่จะใช้ความเงียบ เป็นเกราะป้องกันใครพระองค์ทรงพาพระ ราชธิดาองค์น้อยย้ายออกจากสูตศูนย์กลาง อำนาจในพระบรมมหาราชวัง ไปประทับที่พระตำหนักสวนรื่นฤดีและต่อมา ได้ตัดสินใจเดินทางไปประทับรักษาพระ
อนามัยที่ต่างประเทศนักวิเคราะห์หลายคน มองว่านี่คือการลี้ภัยทางการเมืองหรือไม่ ในมุมมองของวังหลวงแชนแนนผมวิเคราะห์ว่า นี่ไม่ใช่การหนีแต่เป็นการถอยเพื่อรักษา เกียรติและความปลอดภัยลองนึกภาพผู้หญิง ตัวคนเดียวที่ต้องแบกรับชื่อเสียง เกียรติยศรถของสามีผู้ล่วงลับท่ามกลาง กระแสการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ที่กำลังก่อตัวขึ้นการพาเจ้าฟ้าเพชรรัตนะ ออกไปให้ไกลจากวังวนความขัดแย้งคือทาง เลือกเดียวที่จะปกป้องสายเลือดสุดท้ายของ รัชกาลที่ 6 ให้ปลอดภัยที่สุดพระ องค์ทรงยอมแลกความสะดวกสบายและสถานะในไทย เพื่อแลกกับชีวิตปกติสุขของลูกสาวตลอด
ระยะเวลาหลายสิบปีที่ประทับในอังกฤษพระ องค์ทรงเลี้ยงดูเจ้าฟ้าหญิงอย่างเรียบ ง่ายสมัถแต่เข้มงวดในเรื่องพระเกียรติยศ ไม่ใช่เพื่อให้ลูกกลับมาทวงบัลลังก์แต่ เพื่อให้ลูกเป็นคนที่มีคุณภาพสมกับที่ เป็นลูกของพ่อนี่คือเกมยาวที่ต้องใช้ความ อดทนระดับตำนานและในที่สุดความอดทนนั้นก็ ผลิดอกออกผลเมื่อกาลเวลาผ่านไป พายุ ทางการเมืองสงบลงพระนางเจ้าสุวรรนาและ เจ้าฟ้าเพชรรัตนะได้เสด็จในวัดกลับประเทศ ไทยเป็นการกลับมาที่สง่างามที่สุดภาพที่ ประชาชนชาวไทยได้เห็นคือภาพของเจ้าฟ้า หญิงพระองค์หนึ่งที่มีพระพักถอดแบบมาจาก รัชกาลที่ 6 ราวกับแกะและมีจริวัตที่งด
งามเปลี่ยมไปด้วยความเมตตานี่คือบทสรุป ของวิกฤตการทางสายเลือดที่เราพูดถึงกัน ตั้งแต่ต้นแม้รัชกาลที่ 6 จะพ่ายแพ้ต่อ โชคชะตาในการมีพระโอรสสืบราชสมบัติแต่พระ องค์ทรงชนะในการทิ้งมรดกที่มีชีวิตไว้ให้ แก่แผ่นดินเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดากลาย เป็นสัญลักษณ์ของความจงรักภักดีเป็นสะพาน เชื่อมโยงระหว่างอดีตและปัจจุบันพระองค์ ทรงพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณค่าของเชื้อพระวง ไม่ได้อยู่ที่เพศไม่ได้อยู่ที่ อำนาจปกครองแต่อยู่ที่การทำหน้าที่เพื่อ ประชาชนและผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ นี้ทั้งหมด คือผู้หญิงธรรมดาที่ชื่อ สุวาจักรหญิงสาวสามัญชนสู่พระสนมสู่พระ
นางเจ้าและสุดท้ายคือแม่ผู้ปกป้องเรื่อง ราวนี้สอนให้เราเห็นว่าในเกมแห่งอำนาจคน ที่เสียงดังที่สุดอาจไม่ใช่ผู้ชนะเสมอไป แต่คนที่รู้จักจังหวะเวลารู้จักการถอยและ มีความรักที่บริสุทธิ์ต่างหากคือผู้ที่ ยืนหยัดอยู่ได้นานที่สุดคุณผู้ชมครับหาก ย้อนเวลากลับไปได้คุณคิดว่ารัชกาลที่ 6 จะทรงเสียพระไทยไหมที่ได้ลูกสาวแทนที่จะ เป็นลูกชายผมเชื่อว่าหากพระองค์ได้เห็น สิ่งที่เจ้าฟ้าเพชรรัตนะทรงทำให้กับคนไทย ในวันนี้พระองค์จะทรงยิ้มและ ตรัส ว่านี่คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉัน แล้วคุณล่ะครับคิดเห็นอย่างไรกับคลิกล็อค ประวัติศาสตร์ครั้งนี้การที่ราชวงศ์จักรี
สืบทอดมาในทิศทางนี้เป็นชะตารรม หรือความบังเอิญกันแน่อย่าอย่าลืม คอมเมนต์บอกความคิดเห็นของคุณไว้ด้านล่าง เพราะทุกมุมมองของคุณคือการ เติม เต็มหน้าประวัติศาสตร์ที่เรากำลังร่วมกัน ถอดรหัสถ้าชอบคลิปวิเคราะห์เจาะลึกแบบนี้ อย่าลืมกดไลค์กดแชร์และกดติดตามวังหลวง แชนแนน แล้วสั่นกระดิ่งไว้เพื่อที่ คุณจะไม่พลาดทุกสัญญาณลับจากหน้า ประวัติศาสตร์ไทยสำหรับวัน นี้ สวัสดีครับ
