ชั้นที่ 1 คือประธานสภาไม่กล้าแล้วไปให้ เอ่อเชื่อเลขาธิการเ่อสำนักเลขาธิการซึ่ง มีใครบ้างอยากให้เปิดชื่อนะครับ 1 2 3 ใครครับมีอำนาจอะไรครับมาวิหชี้ขาดเบื้อง ต้นแล้วก็บอกว่าไม่ให้แก้ไขแล้วบอกว่าแก การแก้มา 256 อย่างเงี้นะครับที่กระบวน การแก้ไขมูลเป็นการแก้ไขทางฉบับเอาอะไรมา นิจฉัยเช่นอำนาจอะไรครับแล้วประธานสภา ทำไมต้องเชื่อด้วยล่ะครับความสง่างามของ ประธานสภาไปไหนครับกลัวอะไรนักหนาครับผม ขอคำตอบด้วยนะครับกับท่านประธานทรัสภาว่า รายชื่อใครครับแล้วมีอำนาจอะไรที่จะมา กำหนดชี้ขาดอย่างนี้ไปความจริงถท่าน ประธานสภาเป็นตัวของตัวเองและมั่นใจใน
อำนาจนิติบัญญัติซึ่งมีความชอบธรรมทาง ประชาธิปไตยสูงอยู่แล้วสามารถยื่นยติยื่น ร่างรัฐธรรมนูญเข้าไปได้เลยและพิจารณาไป เลยศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการข้อ 1 นะ ครับตาม 210 คือพิจารณาตัวร่างกฎหมายนะ ครับว่าชอบหรือรัฐธรรมนูญการพิจารณาก็คือ ก่อนประกาศใช้กับหลังประกาศใช้เท่านั้น ส่วนจะทำประชาติหรือไม่อย่างไรมันอยู่ที่ สภาเป็นผู้กำหนดเองไม่ต้องมาก้าวร่วงไม่ ต้องมาก้าวร่วงนะครับท่านไม่มีอำนาจในการ มาก้าวร่วงมาวิฉัยเกินขณะนี้เกินอำนาจตัว เองแล้วมาก้าวร่วงเหมือนไปบอกว่าต้องไป รื้อบ้านส่วนนู้นส่วนนี้บ้านชาวบ้านเขา ท่านประธานทรพครับอำนาจเนี่ยนะครับมันมัก
จะทำให้คนเสียคนแต่ถ้าอำนาจที่เด็ดขาด อยู่กับมือของใครมักจะทำให้คนนั้นเสียคน อย่างเด็ดขาดอำนาจ 2 อำนาจถ้าตุลาการมี อำนาจในการออกกฎเกณฑ์ออกกฎหมายได้ด้วย นั่นคือจะทำให้คนที่ใช้อำนาจนั้นเสียคน อย่างเด็ดขาดตอนนี้ศาธรรมนูญกำลังก้าว ร่วงมากำหนดกฎเกณฑ์ด้วยว่าต้องทำประชาติ กี่ครั้งโดยที่รัฐธรรมนูญ 60 มีการทำ ประชาติแค่ครั้งเดียวนะครับแต่ทำไมการแก้ ถต้องทำ 2 ครั้งผมไม่เข้าใจคุณเออำนาจจาก ไหนมากำหนดว่าต้องให้ 2 ครั้งนะครับและ การแก้รัฐธรรมนูญ 60 การฟังประชาติเป็น ประชาติที่ทั่วโลกเขาบอกว่ามีปัญหาคนมา คัดค้านก็ถูกจับกุมหรือแม้กระทั่งคำถาม
พ่วงที่ออกมาก็คุมเครือให้คนเข้าใจผิดและ มีการหลอกล่อบอกว่าให้รับไปก่อนแล้วแก้ที หลังมันจะทำไม่ให้แก้เลยพอเหลวมเชื่อให้ ผ่านไปก่อนเพราะคนอยากเลือกตั้งอยากได้ อำนาจมาเป็นของชนเลือกตัวแทนของเขาเขาก็ ทำขึ้นมาแต่พอถึงนี้มาตั้งต้องทำอติ 2 ครั้งและตอนนี้บางฝ่ายว่าจะให้ทำ 3 ครั้งในกระบวนการแก้ไขปันเ่อรัฐธรรมนูญ ของเรานับแต่รัฐธรรมนูญปี 60 เป็นต้นมา ปัญหาคือมีอยู่ 2 ฝ่ายฝ่ายหนึ่งคือฝ่าย ที่ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญนั่นคือเป็น ฝ่ายที่เชื่อมโยงกับการรัฐประหารมีมากมาย หลายท่านจะไม่เอ่ยผู้เป็นฝ่ายแล้วกันจะ พยายามให้เหตุผลที่จะให้แก้ยากและให้ไม่
ได้แก้อีกฝ่ายหนึ่งที่เป็นฝ่ายที่มาจาก การเลือกตั้งประชาชนก็มักที่จะยืนยันว่า เจตจำนงของประชาชนที่จะแก้ไขให้อำนาจสูง สุดเป็นของประชาชนนั้นอยากจะให้แก้ รัฐธรรมนูญแต่ถูกขัดฝางและตก ตลอดที่ผ่านมาในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญได้ มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการที่มาวางกลไก ก้าวล้ำในส่วนก้าวล่วงในส่วนของอำนาจ นิติบัญญัติหรือไม่ที่มากำหนดวิธีการ อำนาจวิธีการต่างๆในการร่างว่าจะต้องทำไง บ้างยกตัวอย่างนะครับเอ่อในคำวินิจฉัย 6 ที่ที่ 6 ที่ 4/24 6 ในช่วงท้ายก็บอกไว้ ว่ารัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ได้นะครับโดยต้อง
ให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะ ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่และเมื่อ จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็แล้วต้อง ให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่กับ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่งเรียน อย่างนี้นะครับนี่คือคำวินิจฉัยของศาลใน ช่วงท้ายของคำวินิจฉัย 4/24 6 รัฐธรรมนูญมาตรา 3 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า รัฐสภาคณะรัฐมนตรีศาลองค์กรเกาสและหน่วย งานของรัฐต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญและกฎหมายจะศาลรัฐธรรมนูญจะ วินิจฉัยเกินกว่ากฎหมายไม่ได้เรามาดูใน ส่วนที่สักครู่ที่ท่านสมาชิกวุฒิสภาบาง
ท่านได้กรุณาอภิปรายอ้างมาตรา 210 นะครับ มาตรา 210 เบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจ หน้าที่ดังต่อไปนี้พิจารณาวินิจฉัยความ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎ หมาย 2 พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับ หน้าที่และอำนาจของสภาพู้ฎรวุฒิสภารัฐสภา และคณะรัฐมนตรีหรือหรือองค์กรอิสระ 3 หน้าที่และอำนาจอื่นตามที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญนั่นหมายความว่าการที่ศาลจะ วินิจฉัยมีอำนาจคือจะไม่เกินนี้เท่านั้น คือต้องปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมายเรื่องแรก สำคัญมากก็คือข้อที่ 1 พิจารณาความชอบโดย รัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎหมายตัว วัตถุของตัวนี้ที่มนูญจวินิจฉัยคือต้องมี
ร่างรัฐธรรมนูญก่อนครับถึงจะวินิจฉัยว่า โดยชอบหรือไม่เพราะถ้าไม่มีวัตถุของกฎ หมายสานจะพิจารณาเ่อร่างก่อนไม่ได้ข้อ 2 พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และ อำนาจของสภาผู้ชราษฎรวุฒิสภารัฐสภาคณะ ฐมนตรีซึ่งเมื่อสักครู่ท่านวุฒิสภาก็บอก ไว้แล้วว่ามันเป็นเรื่องความขัดแย้งขัด ข้องขององค์กรแต่ละหน่วยงานศานมีอำนาจ ก้าวล่วงมาวางกติกาก้าวล่วงในส่วนของ อำนาจนิติบัญญัติซึ่งฝ่ายบริหาร มองเตสกิเออบอกไว้เลยครับการแบ่งย่าง อำนาจนิติบัญญัติบริหารตุลาการ นิติบัญญัติเ่อคือออกกฎหมายบริหารบังคับ ใช้กฎหมายตุลาการวินิจฉัยกฎหมายนะครับ
ทั้ง 3 อนาจเหมือนบ้าน 3 หลังที่อยู่ด้วย กันติดๆกันแต่จะข้ามรั้วไปสั่งอีกบ้าน หนึ่งให้ทำยังไงไม่ ได้แต่ในส่วนข้อกฎหมายรัฐมนูญมาตรา 210 เขาให้พูดถึงเรื่องอำนาจหน้าที่เท่านั้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนะครับที่บอก ไว้นะครับว่ารัฐสภามีอำนาจหน้าที่ทำ รัฐมนูญฉบับใหม่ได้อันนี้ถือว่าใช่ครับ เป็นวินิฉัยถูกต้องว่าอำนาจหน้าที่ใหม่ ได้คือวินิฉัยถึงอำนาจหน้าที่แต่ไอ้ส่วน ที่เกินมาครับเป็นข้อกำหนดที่ก้าวล่วงถึง อำนาจนิติบัญญัติซึ่งสานุไม่มีอำนาจในการ วินิฉัยตรงนี้ก็คือโดยให้ประชาชนผู้มี อนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงมติเสียก่อนว่า
ประชาชนจะประสงค์ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือไม่และเมื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เสร็จแล้วต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็น ชอบหรือไม่กับรมนูบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง นี่คือเป็นการก้าวร่วงอำนาจของศาล รัฐธรรมนูญที่ไม่มีกฎหมายให้อำนาจทำไว้ แต่ก็เขียนมาแล้วนะครับเป็นการขยายอำนาจ เข้ามาอีกเ่ออีกบ้านนึงคือบ้านของฝ่าย นิยัตบอกว่าห้องน้ำจะต้องไม่อยู่หลังบ้าน จะต้องอยู่หน้าบ้านหรืออะไรต้องไปให้เขา จัดการนี่คือก้าวร่วงผมเรียนอย่างนี้นะ ครับว่าถ้าเป็นอย่างนี้นั่นหมายถึงว่า อำนาจนิติบัญญัติจะอ่อนด้อยและถูกด้อยค่า จากธรรมนูญและการขยายขึ้นมาถ้าเป็นอย่าง
นี้โดยที่รัฐภาแห่งนี้เอายตินี้ไปยื่นต่อ ศาลรัฐธรรมนูญและรัฐธรรมนูญที่มาเป็นไง ครับศาลฐธรรมนูญครับมาจากการสรรหามี 4 คน นะครับประธานศาลฎีกาประธานศาลปกครอง ประธานสภาผู้แทนราษฎรนะครับแล้วก็ผู้นำ ฝ่ายค้านดรบวกกับองค์กรอิสระอีก 6 องค์กร องค์กรอิสระมายังไงครับจากการเลือกตั้ง ของสมาชิกวุฒิสภาแล้วก็การสนหาแบบเดียว กันและวุฒิชามาจากไหนครับแต่งตั้งจากคสช 6 6 องค์กรอิสระกับ 4 องค์กรตามกฎหมายถาม ว่าองค์กรเหล่านี้จะมียังไงครับก็เป็นที่ มาเชื่อมโยงกับการรัฐประหารในส่วนนี้เท่า นั้นเองผมบอกตอนต้นแล้วนะครับว่ามี 2 ฝ่ายฝ่ายนึงไม่ประสงค์ที่จะให้มีการแก้
อีกฝ่ายหนึงอยากต้องการทำ 7 จำนงเพื่อจัด การแก้เพื่อให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ถ้าเป็นอย่างงั้นถึงแม้จะส่งไปไม่มีทาง หรอกครับเพราะการกำหนดเงื่อนไขตรงนี้นะ ครับที่กำหนดมาต้องต้องทำอะไรบ้างต้อง ต้องให้ประชาชนก่อนเป็นการก้าวร่วงแล้ว ครับไม่มีผูกพันผูกพันไม่ได้เพราะไม่ได้ ทำตามกฎหมาย 2 ในการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/26 4 นะครับเขากำหนดประเด็นยังไงครับ เขาให้ถามกฎหมายบอกให้ถามถึงอำนาจหน้าที่ ก็ตอบมาแล้วใช่แต่การกำหนดประเด็นพิพาท เขากำหนดไปนี้นะครับกรณีที่ขัดแย้งหรือ ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ก็ตามสมควรมีมาตรการ
ปรับปรุงกฎหมายหรือไม่อย่างไรมากำหนด ประเด็นที่เกินกับอำนาจตามกฎหมายนะครับมา กำหนดคือมาตรการคือมกล้าร่วงนิติบัญญัติ นะครับเรื่องนี้เป็นเรื่องของฝ่ายที่อยจะ ตกลงกันเองตกลงกันเองและทำกันเองว่าเรา ควรจะมียื่นยังไงรับยังไงสานนไม่มีสิทธิ์ กำหนดตัวนี้เป็นคำตอบอันนึงว่าในการ พิจารณาวันนี้จะส่งไปหรือไม่อย่างไรถ้า ส่งไปนั่นหมายความว่าส่งไปก็คือว่าก็คือ ไปให้อำนาจยื่นดาบหรือหมายถึงว่ายื่นคอไป ให้เขาตัดสินทั้งทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าธง คือจะทำให้แก้ยากหรือไม่ได้แก้ไม่มีทาง อยู่แล้วครับส่งไปไม่มี ทางทางที่ดีที่สุดสภาของเราซึ่งตอนนี้
รัฐสภานะครับอาจจะไม่เต็มร้อยที่มาจากการ เลือกตั้งของประชาชนอาจจะมี 250 อยากจะมา ในส่วนตรงนี้เราก็สู้ไปแบบนี้เพื่อคืน อำนาจให้ของประชาชนให้ได้เรายื่นยันไปเอง แต่สำคัคือเราต้องกล้าหาญในส่วนสภาผู้แทน ราษฎรครับประธานรัฐสภาก็คือประธานสภาผู้ แทนราษฎรจะถอดใจความไม่กล้าหาญและหวาด กลัวต่ออำนาจที่ไม่ได้ทำตามกฎหมายไม่ ได้จะต้องกล้าหารกว่านี้ ครับที่ผ่านมาการเสนอร่างของฝ่ายพรรค เพื่อไทยขออนุญาตเอ่ยนะครับที่อนุศักดิ์ ของพรรคก้าไกลส่งไปและเหตุผลที่มีหนังสือ ของเลขาธิการสภาฎรคือฝ่ายกฎหมายแล้วก็ เชื่อตามนั้นบอกว่าเป็นการแก้ในหมวด 15/1
เป็นการแก้ทั้งฉบับและจะต้องเ่อเ่อแก้ไข คือจะต้องมีการทำประชาติก่อนคือขัดแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญจะต้องส่งศารจนเมืถือยติใน วันนี้กรณีแบบนี้นะครับนั่นคือประธาน รัฐสภานั้นไปเชื่อต่อข่ายข้าฐประจำครับ สำนักเลขาธิการมนตรีเป็นฝ่ายกฎหมายอะไรก็ แล้วแต่เขาเป็นฝ่ายชการมีอำนาจไหนรองรับ มาเป็นอำนาจของประชาชนที่จะต้องให้มาก กำหนดห้ามไม่ห้ามหรือมาชี้ขาดว่าอะไรต้อง ไปไปต่อนี่คือกระบวนการ 2 ชั้นที่ปิดกั้น อำนาจของตัว เองชั้นที่ 1 คือประธานสภาไม่กล้าแล้วไป ให้เอ่อเชื่อเลขาธิการสำนักเลขาธิการซึ่ง มีใครบ้างอยากให้เปิดชื่อนะครับ 1 2 3
ใครครับมีอำนาจอะไรครับมาวิหชี้ขาดเบื้อง ต้นแล้วก็บอกว่าไม่ให้แก้ไขแล้วบอกว่าแก การแก้มา 256 อย่างเงี้นะครับที่กระบวน การแก้ไขมูญเป็นการแก้ไขทั้งฉบับเอาอะไร มานิจฉัยใช่นอำนาจอะไรครับแล้วประธานสภา ทำไมต้องเชื่อด้วยล่ะ ครับความสง่างามของประธานสภาไปไหนครับ กลัวอะไรนักหนา ครับผมขอคำตอบด้วยนะครับกับท่านประธาน รัฐสภาว่ารายชื่อใครครับแล้วมีอำนาจอะไร ที่จะมากำหนดชี้ขาดอย่างนี้ไปความจริง้า ท่านประธานสภาเป็นตัวของตัวเองและมั่นใจ ในอำนาจนิติบัญญัติึ่งมีความชอบธรรมทาง ประชาธิปไตยสูงอยู่แล้วสามารถยื่นยติยื่น ร่างรัฐธรรมนูญเข้าไปได้เลยและพิจารณาไป
เลยศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการข้อ 1 นะ ครับตาม 210 คือพิจารณาตัวร่างกฎหมายนะ ครับนะว่าชอบธรรมนูญนะครับการพิจารณาก็ คือก่อนประกาศใช้กับหลังประกาศใช้เท่า นั้นส่วนจะทำประชาติหรือไม่อย่างไรมัน อยู่ที่สภาเป็นผู้กำหนดเองไม่ต้องมาก้าว ร่วงไม่ต้องต้องมาก้าวร่วงนะครับท่านไม่ มีอำนาจในการมาก้าวร่วงมาวิฉัยเกินขนานี้ เกินอำนาจตัวเองแล้วมาก้าวร่วงเหมือนไป บอกว่าต้องไปรื้อบ้านส่วนนู้นส่วนนี้บ้าน ชาวบ้าน เขาท่านประธานที่รพครับอำนาจเนี่ยนะครับ มันมักจะทำให้คนเสียคนแต่ถ้าอำนาจที่เด็ด ขาดอยู่กับมือของใครมักจะทำให้คนนั้นเสีย คนอย่างเด็ด
ขาดอำนาจ 2 อำนาจถ้าตุลาการ มีอำนาจในการออกกฎเกณฑ์ออกกฎหมายได้ด้วย นั่นคือจะทำให้คนที่ใช้อำนาจนั้นเสียคน อย่างเด็ด ขาดตอนนี้าธรรมนูญกำลังก้าวร่วงมากำหนดกฎ เกณฑ์ด้วยให้ว่าต้องทำประชาติกี่ครั้งโดย ที่รัฐธรรมนูญ 60 มีการทำประชาติแค่ครั้ง เดียวนะครับแต่ทำไมการแก้ถึงต้องทำ 2 ครั้งผมไม่เข้าใจคุณอำนาจากไหนมากำหนดว่า ต้องให้ 2 ครั้งแล้วครับแลและการแก้ รัฐธรรมนูญ 60 การฟังประชาติเป็นประชาติ ที่ทั่วโลกเขาบอกว่ามีปัญหาคนมาคัดค้านก็ ถูกจับกุมนะครับหรือแม้กระทั่งคำถามพ่วง ที่ออกมาก็คุมเครือให้คนเข้าใจผิดและมี การหลอกล่อบอกว่าให้รับไปก่อนแล้วแก้ที
หลังมันจะทำไม่ให้แก้เลยพอเหลวมเชื่อให้ ผ่านไปก่อนเพราะคนอยากเลือกตั้งอยากได้ อำนาจมาเป็นของประชาชนเลือกตัวแทนของเขา เขาก็ทำขึ้นมาแต่พอถึงนี้มาตั้งต้องทำิ 2 ครั้งและตอนนี้บางฝ่ายบอกจะให้ทำ 3 ครั้ง 3 ครั้งมีร่างตรงไหนให้บอกครับไป ถึงบอกว่าจะให้ทำหรือไม่ 3 ครั้งครั้งละ 3,200 ก็ 9,000 คือเอาตัวเลขทางเศรษฐกิจ มาบีบว่าอย่าให้ทำนี่คือเป็นตัวขัดขวางนะ ครับทำให้มันยากแลทำไม่ได้แลถ้าทำไม่ได้ พอรัฐออกมาไม่ทำตามนี้ก็บอกว่าไม่ชอบอีก แต่ผมถามว่าศาลรัฐธรรมนูญคุณมาจากไหน่ะ ครับ มาจากกลไกที่เชื่อมโยงนะเชื่อมโยงได้นะ ครับกับสมาชิกวุฒิสภาที่เลือกมาหรือบางที
จากสภานิแห่งชาติเลิกเข้ามาและกลไกในการ หาเสียงในการที่จะคัดสรรขึ้มาซึ่งมันยึด โยงต่ออำนาจรัประหารท่าอย่างด้วยความเป็น ธรมจิงด้วยความเคารพจริงๆในเชิงอนาผมไม่ ได้ว่าเรื่องตัวบุคคลนะครับแต่ผมชื่อ เรื่องกลไกของอำนาจมันไม่ได้ดังนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องทบทวนของ อำนาจของเราเองไม่จำเป็นต้องส่งเรื่องไป ให้ศาลรัฐธรรมนูญครับ เพียงแต่ว่าเราต้องมาจัดการของเราในส่วน สภาผู้แทนราษฎรในส่วนรัฐสภาว่าเราจะจัด การเรื่องนี้ยังไงแล้วให้ประธานสภากล้า หาญกว่านี้ใช้คำว่าประธานสภากล้าหาญกว่า นี้ในการยืนยันอำนาจของเราเองและเรา
สามารถที่จะเดินไปด้วยกันในการที่จะแหวก วงล้อมของการที่ปิดกั้นไม่ให้การแก้ไข รัฐธรรมนูญเพื่ออ่าตัดไอ้องค์กรเ่อให้ องค์กรที่เอาเปรียบอะนะครับนะฮะเยอะเยอะ แยะที่วางไว้กลไกเต็มไปหมดนะครับขัดขวาง การพัฒนาประชาธิปไตยและเอาเปรียบในเชิง อำนาจไม่แข่งขันอย่างเป็นธรรมและต้องการ มีอำนาจโดยไม่ผ่านประชาชนเราต้องการทำ อย่างงนี้เอาสักทีนึงเรียนฝากท่านสมาชิก สภาฎรและฝากท่านสมาชิกวุฒิสภาอยากให้ท่าน ฝากผลงานไว้สักครั้งนึงนะครับถ้าเป็นไป ได้ท่านมีโอกาสร่วมในการแก้ใหม่แก้ไขการ เลือกตั้งกระบวการอย่างนี้ก็ช่วยกันแก้ เถอะถ้าท่านยังอยู่นะครับถ้าก็ผ่านไปคืน
อำนาจประชาชนจิินะครับอย่าขวางเลยนะครับ แล้วการยกว่ามีการทำประชามติอะไรมันอายเ อย่ายกอีกเลยนะอายเยกกี่ครั้งมันก็คือมัน น่าอายอ่ะนะครับมันไม่ได้ชอบทำสักนิดนึง นะครับขอฝากนะครับให้พวกเรานั้นและเรียน อย่างท่านประธานรัฐสภาขอให้ท่านกล้าหาญ เพื่อที่จะเ่อผ่านรฐนนี้ไปด้วยกันครับ ครับขอขอบคุณสำหรับการรับชมอย่าลืมกดไลค กดติดตามและกดแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดข่าว สารของเรานะครับ
