ประกาศฉบับที่ 4! พระอาการเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรุดหนัก เข้าสู่ภาวะวิกฤติ

ด่วนสำนักพระราชวังออกประกาศฉบับที่สี่เกี่ยวกับพระอาการของเจ้าฟ้าพัชรกิตติยาภาอาการทรุดหนักเข้าสู่ภาวะวิกฤต นับตั้งแต่วันที่สิบห้าธันวาคมสองพันห้าร้อยหกสิบห้าเมื่อข่าวพระอาการประชวรครั้งแรกถูกเผยแพร่ทั้งประเทศเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ตลอดสองปีครึ่งที่ผ่านมา สำนักพระราชวังออกประกาศมาแล้วสามฉบับ รายงานความคืบหน้าของการรักษาจนวันนี้ประกาศฉบับที่สี่ได้เผยความจริงที่ทำให้คนไทยทั่วประเทศใจหาย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิตติยาภานเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวิทยาลัยราชธิดายังทรงรักษาพระองค์อยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
00:50ภายใต้การดูแลอย่างเต็มกำลังของคณะแพทย์ประกาศล่าสุดระบุว่าคณะแพทย์ตรวจพบการติดเชื้อรุนแรงลุกลามเข้าสู่กระแสพระโลหิตซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายอย่างยิ่งต้องใช้ยาปฏิชีวนะหลายขนานพร้อมยากระตุ้นความดันพระโลหิตเพื่อประคองพระอาการให้คงที่ การติดเชื้อในกระแสเลือดหรือที่แพทย์เรียกว่าเซฟเซสเป็นหนึ่งในภาวะวิกฤตทางการแพทย์ที่ร้ายแรงที่สุดในโลกเพราะเชื้อโรคไม่เพียงอยู่ในอวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง แต่ได้แพร่เข้าสู่กระแสเลือดเหมือนศัตรูที่บุกเข้าสู่หัวใจของระบบป้องกันทั้งร่างกายเมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดจะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบอย่างรุนแรงระบบภูมิคุ้มกันเหมือนถูกสั่งให้โจมตีทุกทิศทางแต่ในความสับสนนี้
01:42อวัยวะสำคัญอย่างปอด ไต หัวใจ และสมอง อาจถูกทำลายอย่างรวดเร็ว แพทย์ทั่วโลกต่างรู้ดีว่าเซฟเซสสามารถทำให้ความดันเลือดตกอย่างฉับพลัน หากเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงอวัยวะได้เพียงพอ และหากไม่สามารถควบคุมได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง อวัยวะหลายส่วนอาจล้มเหลวพร้อมกัน นี่คือเหตุผลที่ในประกาศฉบับที่สี่ระบุชัดว่าต้องใช้ยาปฏิชีวนะหลายขนานพร้อมยากระตุ้นความดันพระโลหิตอย่างต่อเนื่อง ภาวะนี้ไม่รอใคร ทุกชั่วโมงที่ผ่านไป อัตราการรอดชีวิตจะลดลง นี่คือการแข่งกับเวลาในทุกลมหายใจ 1 นับตั้งแต่ข่าวนี้เผยแพร่ออกไป สื่อและโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยคำอธิษฐานและกำลังใจจากประชาชนทุกสาขาอาชีพ
02:34ทุกคนหวังเพียงให้พระองค์ฟื้นคืนพระพลานามัย นี่ไม่ใช่แค่ข่าวสุขภาพของพระบรมวงศ์ แต่เป็นเรื่องที่แตะหัวใจของคนไทยทุกคน ประกาศฉบับที่สี่นี้จึงเป็นสัญญาณให้เรารู้ว่าทุกวินาทีต่อจากนี้มีค่ามหาศาลเราจะติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดและจะนำข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดมารายงานให้คุณผู้ชมทราบอย่างต่อเนื่อง เนื้อหานี้ได้รับการเรียบเรียงและนำเสนอโดยทีมงานแวงบลูแอนด์ชาว

About ทีมข่าว Siam News

View all posts by ทีมข่าว Siam News →

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *